คำตอบของคำถาม กฎหมายยากไหม

March 10th, 2010

กฎหมายเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับเรา กับสังคม กับการเมือง กับเศรษฐกิจ กับประวัติศาสตร์ มายาวนานมากๆแล้ว

ที่สำคัญสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว เราจึงมักจะทำความเข้าใจและจดจำได้ง่ายจริงมั๊ยคะ

ลองย้อนคิดดูนะคะว่า กฎหมายใกล้ชิดและเกี่ยวข้องกับเราขนาดไหนกัน

เกิดมากฎหมายครอบครัว ก็บอกเราว่า เราเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของแม่ผู้ให้กำเนิด พออายุ ๑๕ กฎหมายก็ให้เราไปทำบัตรประชาชน พออายุ ๑๗ อยากหมั้น อยากแต่งงาน ก็ไปขอความยินยอมจาก คุณพ่อ คุณแม่ หรือ ผู้ปกครอง ก็แต่งงานกันได้ พอแต่งงานไปแล้ว กฎหมายก็บอกว่า สามีภริยาต้องดูแลกันฉันสามีภริยา ต้องอุปการะเลี้ยงดูกัน แม้วาระสุดท้ายของชีวิต เราก็มีกฎหมายมรดกมาช่วยดูแล

ระหว่างเรียนเราก็เคยทำสัญญากู้ยิมเงินเพื่อการศึกษา เราก็เคยไปตกลงซื้ออุปกรณ์การศึกษาหลายอย่างตามกฎหมายเรื่องการซื้อขาย เราให้คำมั่นกับพ่อแม่หลายเรื่อง ก็กฎหมายนิติกรรมสัญญา

เราเผลอไปขับรถชนใคร หรือใครมาขับรถชนเรา ก็กฎหมายละเมิด ใครมาขโมยของเรา ก็กฎหมายอาญา

ดังนั้น ใครที่สนใจสังคม สิ่งแวดล้อม รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ หรือ เอาง่ายๆเห็นคนทะเลาะกันแล้วทนเฉยไม่ได้ อ่านหนังสือพิมพ์ ดูหนัง ละครน้ำดี น้ำเน่า เกาหลี จีน ญี่ป่น แล้วคิดตามว่า ทำไมหนอ ถึงเป็นเช่นนี้  ลองค้นหาตัวเองดูนะคะว่า เราชอบแบบไหน ชอบคิด วิเคราะห์ ชอบพูดชอบจา ชอบช่วยเหลือคน อยู่นิ่งไม่เป็น ลับสมองประลองปัญญาตลอด สนใจสิ่งรอบข้างหรือไม่…..นี่คือบางส่วนของคนเรียนกฎหมายนะคะ   ….. นั่นก็เพราะข้อมูลที่ได้จากสิ่งที่เราชอบเหล่านี้ จะกลายเป็นข้อมูลที่สำคัญในการทำความเข้าใจกฎหมาย และเป็นบทเรียนอย่างหนึ่ง หรือ กรณีศึกษาอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เราเรียนกฎหมายได้สนุกมากยิ่งขึ้น แน่นอนคะ

เพราะเราคิดว่า “การเรียนกฎหมายไม่ใช่อ่านและทำความเข้าใจตัวบทที่เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น”

การเรียนกฎหมายไม่ได้ยากเกินกว่าความสามารถของคนที่อยากเรียนนะ จะบอกให้ เพราะการเรียนกฎหมายแบบสร้างสรรค์ จะทำให้เราสนุกกับการเรียนมากยิ่งขึ้น มาร่วมสรรค์สร้างความยุติธรรมให้สังคมนี้ด้วยกันนะคะ

บทความโดย อ.คนึงสุข  นันทชมภู

http://blog.eduzones.com/yonokcreativelaw/43915

ความหมายของความยุติธรรม

March 10th, 2010

วันนี้ขอเสนอคำว่า “ความยุติธรรม” (มีใครเกิดทันรายการภาษาไทยวันละคำบ้างหนอ….บ่งบอกอายุเล็กน้อยนะคะ) ……………………………. “ ความยุติธรรม ” เป็นคำที่ให้คำนิยามได้ยากที่สุดคำหนึ่งในทุก ๆ ภาษา เชื่อได้ว่าความยุติธรรมของแต่ละบุคคลคงแตกต่างกันไป เช่น เจ้าหนี้ มองความความยุติธรรม คือ การที่ลูกหนี้ชำระหนี้ให้ครบถ้วน ลูกหนี้ มองความยุติธรรม คือ เจ้าหนี้ควรคิดดอกเบี้ยให้น้อยลง หรือผ่อนชำระหนี้ให้บ้าง โจทก์ มองว่าความยุติธรรม คือ ศาลพิพากษาให้ชนะคดี จำเลยมองว่า ความยุติธรรมคือ ศาลยกฟ้องตนเอง ………………………. แล้วความจริง ” ความยุติธรรม” คืออะไร ตามพจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถานให้คำนิยามคำว่า “ ยุติธรรม ” ว่าคือ ความเที่ยงธรรม ความชอบธรรม ความชอบด้วยเหตุผล ซึ่งความยุติธรรม เป็นสิ่งหนึ่งที่นักกฎหมายทุกคนต้องคำนึงถึง เพราะเป็นหน้าหนึ่งของนักกฎหมายที่ต้องผดุงความยุติธรรรม(ดูเป็นหนังจีนมากมาย) ยังไม่พอต้องมีความ “เที่ยงธรรม” ด้วย เอาแล้วคะ…. แล้วความเที่ยงธรรมหล่ะ คืออะไร คำว่า “ เที่ยงธรรม ” มีความหมายว่า “ ตั้งตรงด้วยความเป็นธรรม ” แล้วมันหมายความว่าอะไร …………………………….. เอาเป็นว่า อ.กิ๊ก ค้นหาจาก พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน มีคำที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้ดังนี้ “ คุณ ” หมายความว่า ความดีที่มีประจำอยู่ “ ธรรม ” หมายความว่า คุณความดี ความถูกต้อง “ คุณธรรม ” หมายความว่า สภาพคุณงามความดี “ จริยะ ” หมายความว่า ความประพฤติ กริยาที่ควรประพฤติ “ ธรรมจริยา ” หมายความว่า การประพฤติเป็นธรรม การประพฤติถูกธรรม “ จริยธรรมา ” หมายความว่า ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ “ จริยธรรมในวิชาชีพกฎหมาย ” หมายความว่า ข้อที่ผู้ประกอบอาชีพในทางกฎหมายความประพฤติและปฏิบัติ …………………………………. ซึ่งในเรื่องนี้ ศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี ซึ่งในวงการกฎหมายยอมรับและนับถือกันว่า ท่านเป็นผู้รอบรู้และเป็นแบบอย่างในเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมในทางกฎหมาย ได้ให้ความหมายในเรื่องจริยธรรมของนักกฎหมายไว้ว่า “ จริยธรรมของนักกฎหมายเป็นหลักเกณฑ์ที่ว่าด้วยเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพของนักกฎหมายที่ดีประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่ง คือ การดำรงตนในสังคมอย่างนักกฎหมายที่ดี ” …………………………………….. เพราะฉะนั้น ใครที่คิดอยากเรียนกฎหมาย ต้องเข้าใจคำนี้ให้ดีนะคะ เพราะเป็นสิ่งที่นักกฎหมายพึงมี พึงปฏิบัติ ต้องพยายามทำให้ความยุติธรรมตามตัวบทกฎหมาย เข้าใกล้ความยุติธรรมตามความเป็นจริงให้มากที่สุด ……………………………………………………… มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ การสร้างความยุติธรรมให้กับสังคมนี้ ด้วยกันนะคะ

บทความโดย อ.คนึงสุข  นันทชมภู

http://blog.eduzones.com/yonokcreativelaw/41814

ทัศนะเรื่องความรักของ อาจารย์นิติศาสตร์

March 10th, 2010

เค้าว่ากันว่า เดือนกุมภาพันธ์ เป็นเดือนแห่งความรัก ใครบางคนก็บอกว่า ความรักทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงไป รุนแรงหน่อยก็ตาบอด ออกอาการเพียงเล็กน้อยก็แค่เบลอๆ …………………………………… บททดสอบของความรักเริ่มต้นขึ้น ในขณะที่เราเป็นนักกฎหมาย(ที่ดี) หากเรารู้ว่าคนรักของเราทำผิดกฎหมาย เราจะทำอย่างไรกันดี …………………………………. มาร่วมทดสอบความรักในครั้งนี้ด้วยกันนะคะ

บทความโดย อ.คนึงสุข นันทชมภู

http://blog.eduzones.com/yonokcreativelaw/41487

การเรียนกฎหมายที่โยนก

March 10th, 2010

หลายร้อยเหตุผลของคนที่ไม่อยากเรียนกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น ไม่อยากท่องจำ ขี้เกียจอ่านหนังสือ หนังสือหนาจะตายไป ไม่น่าสนุกเลยเรียนกฎหมาย และอีกหลายๆๆเหตุผล……

แต่การเรียนกฎหมายทำให้เราสนุกได้ เพราะกฎหมายคือสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรา คุ้มครองเรามาตั้งแต่เกิด (คงจำกันได้ว่าที่เราเคยเรียนมาว่า “สภาพบุคคล เริ่มจากคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารก”)การเรียนเป็นกลุ่มเล็ก จากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา ช่วนทำให้เราเข้าใจกฎหมายมากขึ้น และสนุกกับมันมากขึ้น …..

ทุกคนจึงสามารถเรียนกฎหมายด้วยกันได้ ที่นี่

บทความโดย อ.คนึงสุข นันทชมภู

http://blog.eduzones.com/yonokcreativelaw/41407

ความทุกข์จากความรัก

February 16th, 2010

 

การลงมือปฏิบัติจนพบว่าการอด มิใช่ทางออกเสมอไป

 16 ก.พ.53 คำว่า action = reaction เมื่อใช้เวลากับอะไรสักอย่าง เช่น 1) ให้เวลากับเพื่อนก็ย่อมต้องการให้เพื่อนรัก 2) ให้เวลากับองค์กรก็ย่อมต้องการเห็นองค์กรรุ่งเรือง 3) ให้เวลากับการดูแลตนเองก็ย่อมรักตัวกลัวตาย 4) ให้เวลากับสิ่งใดก็ย่อมคาดหวังผลจากสิ่งนั้น 5) ชื่นชอบกับการกินเนื้อสัตว์ก็ย่อมต้องฆ่าสัตว์เป็นเงาตามตัว .. ถ้าลดอาหารลงสักมื้อสองมื้อ น่าจะลดการฆ่าสัตว์ลงได้ร้อยละสามสิบถึงหกสิบทีเดียว .. มีคำกล่าวว่าเราหยุดแล้วแต่ท่านยังไม่หยุด .. จึงมีคำถามน่าตอบว่า แล้วเราหยุดอะไรไปบ้างหรือยัง เพื่ออะไรต่อมิอะไร
     ปัจจุบันพฤติกรรมของมนุษย์สามารถจำแนกตามเป้าหมายของความสัมพันธ์ได้ 8 แบบ คือ ตนเอง ครอบครัว องค์กร เพื่อน ชุมชน ประเทศ โลก และธรรมชาติ การจัดลำดับความสำคัญคือสิ่งที่มนุษย์ต้องเลือก และมีเหตุผลในการเลือกแตกต่างกันไป แต่เท่าที่สังเกตมนุษย์ให้เหตุผลในการเลือกแตกต่างกัน เช่น 1) บางคนดื่มสุราโดยไม่สนใจผลข้างเคียงต่อร่างกาย 2) บางคนรักเพื่อนไปอยู่กับเพื่อนแต่ทิ้งลูกภรรยาและบุพการีไว้ที่บ้าน 3) บางคนทิ้งครอบครัวเดิมไปมีครอบครัวใหม่ 4) บางคนทิ้งครอบครัวไปทำงานในที่ห่างไกล 5) บางคนมองต่างประเทศเป็นสวรรค์เป็นฝันสูงสุดในบั้นปลายของชีวิต .. และผมก็เชื่อว่าทุกคนต่างไม่ผิดแต่ความคิดเราต่างกัน
     อย่างเช่นคนสองกลุ่มที่เชื่อในหลักนิติศาสตร์ กับหลักรัฐศาสตร์ มักคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะมีธงกันคนละผืน นิติศาสตร์จะให้ความสำคัญกับความถูกต้อง ส่วนรัฐศาสตร์จะให้ความสำคัญกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่เห็นไม่ตรงกันก็เพราะรักและเชื่อกันคนละด้าน แต่ละคนย่อมมีเหตุผล และจมอยู่ในเหตุผลที่ยึดถือ ถ้าปล่อยวาง ปล่อยให้เป็นไป ปล่อยเกียร์ว่าง วางเฉย อาจทำให้ทุกสังคมที่มีความขัดแย้งสงบลงได้ .. ถ้าไม่สงบก็จะมีปัญหาเหมือนข่าวในทีวี

ปั้นฝัน คืออะไร

February 15th, 2010
ปั้นฝัน โดย คนปั้นฝัน

ปั้นฝัน โดย คนปั้นฝัน

15 ก.พ.53 โครงการปั้นฝัน คือโครงการสำหรับนักเรียน ที่กำลังหาสถานที่ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา สิ่งที่มีให้สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการปั้นฝัน ประกอบด้วย 1) จัดบริการรับส่งนักศึกษาจากภูมิลำเนา ถึงมหาวิทยาลัย และจากมหาวิทยาลัยกลับสู่ภูมิลำเนา ภาคเรียนละ 1 รอบ (กรณีนักศึกษาร้องขอเป็นกลุ่ม ๆ ละ 10 คน ขึ้นไป) 2) จัดกิจกรรมอบรมเพื่อพัฒนาด้านความคิด ทัศนคติ และการปรับตัวแก่นักศึกษาเมื่อแรกเข้า 3) กู้ยืมค่าใช้จ่ายแต่ละภาคเรียนได้ 100% ทุกคณะ ทุกสาขา 4) มีค่าครองชีพรายเดือน จำนวน 2,000 บาท 5) จัดแนะแนวการลงทะเบียนเรียนในแต่ละหลักสูตร 6) จัดอาจารย์ที่ปรึกษาให้แก่นักศึกษา ตั้งแต่เริ่มเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย 7) จัดหาที่พักในมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 8) จัดหาเครื่องแต่งกาย (ชุดนักศึกษา ชุดกีฬา) ให้นักศึกษาปีละ 3 ชุด
     คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย 1) เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 3 2) เป็นผู้ที่มีความประพฤติดีมีความตั้งใจ และอุตสาหะในการเรียนระดับปริญญาตรี 3) เป็นนักเรียนที่มีสิทธิในการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาของรัฐบาล
     หลักเกณฑ์และเงื่อนไขมีดังนี้ 1) สมัครเป็นผู้กู้ยืมเงินทุนเพื่อการศึกษาในอัตราที่มหาวิทยาลัยโยนกกำหนด 2) มีความตั้งใจ และมีความอุตสาหะในการเรียนอย่างเต็มกำลัง 3) ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00  4) ต้องร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของที่กำหนดขึ้น 5) พักในหอพักที่จัดให้ 6) มีความประพฤติดี
+ รายละเอียดอาจเปลี่ยนแปลงได้  โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง
+ ข้อมูลจาก http://blog.eduzones.com/punfun/40546
+ สมัครได้ที่ http://www.yonok.ac.th/yonok53/hope-apply.php
+ รายละเอียด http://www.yonok.ac.th/yonok53/hope-index.php
+ สอบถามข้อมูลได้จาก งานประชาสัมพันธ์และรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยโยนก โทร 054-265170 ต่อ 135

ค้น การแต่งงาน จาก google.com

February 15th, 2010
อร กับ รินทร์

อร กับ รินทร์

14 ก.พ.53 ลองเข้า google.com แล้วค้นคำว่า ประสบการณ์การแต่งงาน เมื่อคลิ๊กเข้าไปก็พบภาพของคุณศรีอร กับคุณสุรินทร์ เพื่อนร่วมงานของผม แต่งงานที่บ้านในตำบลบ่อแฮ้ว อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง คุณอรสังกัดคณะสังคม ส่วนคุณสุรินทร์เคยสังกัดศูนย์หนังสือ สำหรับภาพนี้พบว่าคุณศรีอร มีความสุข ส่วนคุณสุรินทร์ก็จะดูสุขุมเยือกเย็น หล่อเข้มมาดพระเอกในชุดไทยประยุกต์ ภาพที่เหลือก็จะพบว่าบุคลากรไปร่วมงานกันคับคั่ง ผมไปสายไปนิดจึงไม่ได้ร่วมผูกข้อไม้ข้อมือ แสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว .. มิตรเก่าหลายท่านก็กลับมาพบกัน มาพูดคุยกัน สังสรรค์กันอีกครั้ง นี่เป็นบรรยากาศการแต่งแบบไทย + ฝรั่ง เพราะเห็นมี fruit buffet วางตามมุมบ้าน ทันสมัยนะครับงานนี้ .. ผู้ใหญ่ก็ไปร่วมหลายท่าน ทั้งคณบดี อดีตคณบดี อดีตผู้ช่วย กำนัน นายกอบตบ่อแฮ้ว รักษาการนายกอบตทุ่งฝาย ประธานสภาทำหน้าที่เป็นพิธีกรครับ .. ที่แน่ ๆ เห็นลูกศิษย์ขึ้นไปถือไมค์ ผมรีบหยิบกล้องแทบไม่ทัน .. เป็นที่ระลึก
+ http://www.facebook.com/album.php?aid=147946
+ http://www.thaiabc.com/marry.htm

24 ชั่วโมงของการเดินทาง

February 13th, 2010

ผมเดินทางกลับจากฝรั่งเศสถึงลำปางแล้ว ใช้เวลา 24 ชั่วโมงเต็มๆ กับความทุลักทุเลสุดๆ เกือบต้องนอนค้างคืนต่อที่ Lyon อีก 1 คืน หรือไม่ก็ต้องค้างที่สนามบิน Vienna ประเทศออสเตรีย เนื่องจาก Flight delay จากหิมะที่ตกตลอดช่วงนี้ หนาวแทบถึงกระดูก ที่สนามบิน Lyon ไม่ยืนยันว่าจะได้เดินทางหรือไม่ เสียเวลาไปจากกำหนดเดิมกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง จึงได้เริ่มเดินทาง และเป็นครั้งแรกที่นั่งเครื่องบินลำเล็กจาก Lyon ไป Vienna ด้วยการทำความเร็วที่มากกว่าปกติ เครื่องบินถึง Vienna ช้ากว่ากำหนด 1 ชั่วโมง 15 นาที ทันทีที่ไปถึงเวียนนาต้อง วิ่ง 100 เมตร (ได้เพื่อนใหม่ชาวฝรั่งเศสชื่อ Alain ที่จะไปกรุงเทพฯ ด้วยกัน) จึงเป็น 2 คนสุดท้ายบนเครื่อง ผู้โดยสารทุกคนอยู่บนเครื่องหมดแล้ว แต่ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีอยู่บ้าง ที่สายการบิน Upgrade ให้ที่นั่ง Business Class (เหมือนจะเป็นการขอโทษที่ Flight Delay จาก Lyon) เครื่องเตรียมจะออกทันที ปรากฏว่าเกิด Technical Problem กัปตันแจ้งว่า ต้อง Delay ต่อไปอีก 1 ชั่วโมงกว่าๆ ทำให้ถึงเมืองไทยช้ากว่ากำหนด 2 ชั่วโมง รีบวิ่งจี๋ไป Immigration และรับกระเป๋า เพื่อต่อเครื่องไปเชียงใหม่ (ขนาดเผื่อเวลาไว้แล้ว 3 ชั่วโมงครึ่ง) รอจนกระเป๋าใบสุดท้าย ไม่มีกระเป๋าเรา ต้องรีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่สายการบิน เพื่อให้เขาส่งต่อมาให้ที่ลำปาง ตัวเองต้องรีบวิ่ง 100 เมตร เพื่อมา Check in ไปเชียงใหม่อย่างด่วน เพราะเหลือเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ระยะทางไปถึง Gate กว่า 1 กิโลเมตร จากซ้ายสุดไปขวาสุดของสนามบินสุวรรณภูมิ เหนื่อยสุดๆ ปรากฏว่าเหลือเวลาแค่ 5 นาที ก่อนเครื่องออก แต่กระนั้นยังไม่พอ กัปตันแจ้งว่า ต้องเสียเวลารอชาวต่างชาติที่ต่อเครื่องมาจากต่างประเทศในลำเดียวกันอีก 1 ชั่วโมงครึ่ง ทุลักทุเลสุดๆ ครับ ถือเป็น “ประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำ″ ครั้งหนึ่งของชีวิต และหวังว่าจะไม่ได้เจออีกแล้ว จะประทับใจก็เรื่องเดียวคือ Business Class บริการสุดยอดจริงๆ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ที่นั่งใหญ่ ปรับนอนราบได้ ถือเป็น “ประสบการณ์ที่ต้องเรียนรู้” จะได้โอกาสแบบนี้อีกคงยากแล้ว แต่ถึงตอนนี้ ผมยังไม่ได้กระเป๋าเลย

bynoir 2549 และ 2548

February 11th, 2010
ภาพจาก bynior ปีก่อนก่อนนู้น

11 ก.พ.53 เคยถ่ายภาพนักศึกษาร่วมงาน bynior เป็นที่ระลึก หลักจากนี้อีกสิบปีจะได้มีหลักฐานให้ชวนระลึกแสดงว่าพวกเขาเคยมีตัวตนจริงอยู่บนโลกนี้ อยู่ในมหาวิทยาลัยโยนก อยู่ในจังหวัดลำปาง ร่วมกับเพื่อน พี่ น้องและอาจารย์ เห็นใบหน้าเปื้อนฝุ้นสีขาวที่ยิ้มแย้มแจ่มใจ โชว์สิ่งที่ใครต่อใครอยากมอง ก็ชวนให้ประทับใจ จึงส่งเข้า facebook  แบ่งปั้นให้พี่น้องร่วมสถาบันได้ชื่นชม ในปีพ.ศ.2553 วันที่ 12 ก.พ.53 มีการจัดงาน bynior ขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมไม่มีโอกาสไปร่วมเก็บภาพประทับใจหรือแสดงความยินดีกับพี่ปี 4 ที่กำลังจะลารั้วสถาบันออกไปเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง เพราะติดภารกิจกตัญญู ต้องไปไหว้ตรุษจีนและนอนบ้านแม่ที่ต่างอำเภอกับครอบครัว
     กำหนดการวันปัจฉิมนิเทศที่พอทราบ คือ งานเริ่มรับลงทะเบียนพี่บัณฑิต ตอน 12.00น. มีการบรรยายพิเศษโดย ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ เพื่อให้นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มีความรู้ความเข้าใจ และพร้อมออกไปเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง ตอนเย็นจะมีงานเลี้ยงพี่ปีสี่ และมีรุ่นน้องเข้าร่วมฉายภาพเป็นที่ระลึก ก่อนจะอำลากันไปคนละทิศละทาง และได้พบกันอีกครั้งเมื่อบุญพาวาสนาส่งจนได้พบกันในโอกาสต่อไป .. ขอให้ทุกคนมีความสุขตามกระแสเวลาที่กำลังไหลอย่างค่อยเป็นค่อยไป
http://www.facebook.com/album.php?aid=147094
+ http://www.facebook.com/album.php?aid=147102

แปลงเลขอารบิกเป็นเลขไทย

February 10th, 2010

 

การแปลงเลขอารบิกเป็นเลขไทยด้วย macro

 10 ก.พ.53 เรื่องนี้ควรเขียนเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ เพราะ ผศ.ดร.จินดา งามสุทธิ ท่านอธิการบดี รณรงค์ให้ใช้เลขไทยในบันทึกข้อความ แต่ความไม่ชินและความมักง่าย ทำให้ผมเลือกใช้วิธีแปลงเลขอารบิกด้วยการ replace ถึง 10 ครั้ง เพื่อเปลี่ยนตัวเลขทีละตัว แต่ถ้าให้อัตโนมัติก็จะเข้าไปกำหนดใน autocorrect สำหรับแต่ละตัวเลข แต่ใช้ได้กับเลขหลักเดียว ก็ช่วยได้เพียงระดับหนึ่ง (วันนี้ผมเคลียร์งานเขียนแผน km ของมหาวิทยาลัยล้อกับโครงการอบรมประกันฯของ อ.ศศิวิมล แรงสิงห์ เสร็จเร็วกว่าที่คาด) จึงคิดว่าถึงเวลาที่ไม่ควรผลัดวันประกันพรุ่งอีกต่อไป เมื่อศึกษาวิธีการแทนที่ตัวเลขด้วย macro ที่เขียนแบบใช้ใน word กับ excel เผยแพร่ใน thaiall.com/vb  เพราะ macro ใช้ visual basic script ใน module สำหรับการประมวลผล
     แหล่งเก็บ macro มี 2 แบบคือ ใน normal หรือ ใน document ถ้าเป็นแบบใน document เมื่อสร้างเอกสารก็จะติดเอกสารไป เปิดเอกสารใหม่จะไม่พบ macro เดิม แต่ถ้าเป็นแบบใน normal จะมี macro ติดอยู่ใน template ของ word ทำให้เปิด word แล้วเรียกใช้ macro ได้ทุกครั้ง สำหรับวิธีสร้างและใช้ macro นั้นเริ่มต้นด้วยการคัดลอกโค้ดไปใส่ใน module ของ macro แล้วสั่ง run ใน macro เมื่อต้องการเปลี่ยนตัวเลขทั้งหมดเป็นเลขไทย ซึ่งโค้ดได้สั่งแทนที่ทั้ง 10 ตัวอักษรเป็นเลขไทยอัตโนมัติ การนำไปใช้สำหรับ word กับ excel ต่างกันเล็กน้อย ถ้านำไปใส่ไม่ได้ โปรดติดต่อช่างเทคนิคใกล้บ้าน เพราะส่งเข้า word ครั้งเดียว แต่ใช้งานได้ตลอดไป .. ต่อไปผมก็จะเริ่มใช้แล้ว เพราะ replace 10 ครั้ง ไม่ดีแน่

source code : macro of word

Sub arabictothai()
  For i = 0 To 9
  With Selection.Find
      .Text = Chr(48 + i)
      .Replacement.Text = Chr(240 + i)
      .Wrap = wdFindContinue
  End With
  Selection.Find.Execute Replace:=wdReplaceAll
  Next
End Sub

source code : macro of excel

Sub arabictothai()
  For i = 0 To 9
  Cells.Replace What:=Chr(48 + i), Replacement:=Chr(240 + i)
  Next
End Sub