Archive for the ‘ศิลปวัฒนธรรม และสังคม’ Category
Tuesday, February 16th, 2010
การลงมือปฏิบัติจนพบว่าการอด มิใช่ทางออกเสมอไป
16 ก.พ.53 คำว่า action = reaction เมื่อใช้เวลากับอะไรสักอย่าง เช่น 1) ให้เวลากับเพื่อนก็ย่อมต้องการให้เพื่อนรัก 2) ให้เวลากับองค์กรก็ย่อมต้องการเห็นองค์กรรุ่งเรือง 3) ให้เวลากับการดูแลตนเองก็ย่อมรักตัวกลัวตาย 4) ให้เวลากับสิ่งใดก็ย่อมคาดหวังผลจากสิ่งนั้น 5) ชื่นชอบกับการกินเนื้อสัตว์ก็ย่อมต้องฆ่าสัตว์เป็นเงาตามตัว .. ถ้าลดอาหารลงสักมื้อสองมื้อ น่าจะลดการฆ่าสัตว์ลงได้ร้อยละสามสิบถึงหกสิบทีเดียว .. มีคำกล่าวว่าเราหยุดแล้วแต่ท่านยังไม่หยุด .. จึงมีคำถามน่าตอบว่า แล้วเราหยุดอะไรไปบ้างหรือยัง เพื่ออะไรต่อมิอะไร
ปัจจุบันพฤติกรรมของมนุษย์สามารถจำแนกตามเป้าหมายของความสัมพันธ์ได้ 8 แบบ คือ ตนเอง ครอบครัว องค์กร เพื่อน ชุมชน ประเทศ โลก และธรรมชาติ การจัดลำดับความสำคัญคือสิ่งที่มนุษย์ต้องเลือก และมีเหตุผลในการเลือกแตกต่างกันไป แต่เท่าที่สังเกตมนุษย์ให้เหตุผลในการเลือกแตกต่างกัน เช่น 1) บางคนดื่มสุราโดยไม่สนใจผลข้างเคียงต่อร่างกาย 2) บางคนรักเพื่อนไปอยู่กับเพื่อนแต่ทิ้งลูกภรรยาและบุพการีไว้ที่บ้าน 3) บางคนทิ้งครอบครัวเดิมไปมีครอบครัวใหม่ 4) บางคนทิ้งครอบครัวไปทำงานในที่ห่างไกล 5) บางคนมองต่างประเทศเป็นสวรรค์เป็นฝันสูงสุดในบั้นปลายของชีวิต .. และผมก็เชื่อว่าทุกคนต่างไม่ผิดแต่ความคิดเราต่างกัน
อย่างเช่นคนสองกลุ่มที่เชื่อในหลักนิติศาสตร์ กับหลักรัฐศาสตร์ มักคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะมีธงกันคนละผืน นิติศาสตร์จะให้ความสำคัญกับความถูกต้อง ส่วนรัฐศาสตร์จะให้ความสำคัญกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่เห็นไม่ตรงกันก็เพราะรักและเชื่อกันคนละด้าน แต่ละคนย่อมมีเหตุผล และจมอยู่ในเหตุผลที่ยึดถือ ถ้าปล่อยวาง ปล่อยให้เป็นไป ปล่อยเกียร์ว่าง วางเฉย อาจทำให้ทุกสังคมที่มีความขัดแย้งสงบลงได้ .. ถ้าไม่สงบก็จะมีปัญหาเหมือนข่าวในทีวี
Tags: ความทุกข์, ความรัก
Posted in ศิลปวัฒนธรรม และสังคม | No Comments »
Monday, February 15th, 2010

อร กับ รินทร์
14 ก.พ.53 ลองเข้า google.com แล้วค้นคำว่า ประสบการณ์การแต่งงาน เมื่อคลิ๊กเข้าไปก็พบภาพของคุณศรีอร กับคุณสุรินทร์ เพื่อนร่วมงานของผม แต่งงานที่บ้านในตำบลบ่อแฮ้ว อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง คุณอรสังกัดคณะสังคม ส่วนคุณสุรินทร์เคยสังกัดศูนย์หนังสือ สำหรับภาพนี้พบว่าคุณศรีอร มีความสุข ส่วนคุณสุรินทร์ก็จะดูสุขุมเยือกเย็น หล่อเข้มมาดพระเอกในชุดไทยประยุกต์ ภาพที่เหลือก็จะพบว่าบุคลากรไปร่วมงานกันคับคั่ง ผมไปสายไปนิดจึงไม่ได้ร่วมผูกข้อไม้ข้อมือ แสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว .. มิตรเก่าหลายท่านก็กลับมาพบกัน มาพูดคุยกัน สังสรรค์กันอีกครั้ง นี่เป็นบรรยากาศการแต่งแบบไทย + ฝรั่ง เพราะเห็นมี fruit buffet วางตามมุมบ้าน ทันสมัยนะครับงานนี้ .. ผู้ใหญ่ก็ไปร่วมหลายท่าน ทั้งคณบดี อดีตคณบดี อดีตผู้ช่วย กำนัน นายกอบตบ่อแฮ้ว รักษาการนายกอบตทุ่งฝาย ประธานสภาทำหน้าที่เป็นพิธีกรครับ .. ที่แน่ ๆ เห็นลูกศิษย์ขึ้นไปถือไมค์ ผมรีบหยิบกล้องแทบไม่ทัน .. เป็นที่ระลึก
+ http://www.facebook.com/album.php?aid=147946
+ http://www.thaiabc.com/marry.htm
Tags: ศรีอร, สุรินทร์, แต่งงาน
Posted in ศิลปวัฒนธรรม และสังคม | No Comments »
Thursday, February 11th, 2010
ภาพจาก bynior ปีก่อนก่อนนู้น
11 ก.พ.53 เคยถ่ายภาพนักศึกษาร่วมงาน bynior เป็นที่ระลึก หลักจากนี้อีกสิบปีจะได้มีหลักฐานให้ชวนระลึกแสดงว่าพวกเขาเคยมีตัวตนจริงอยู่บนโลกนี้ อยู่ในมหาวิทยาลัยโยนก อยู่ในจังหวัดลำปาง ร่วมกับเพื่อน พี่ น้องและอาจารย์ เห็นใบหน้าเปื้อนฝุ้นสีขาวที่ยิ้มแย้มแจ่มใจ โชว์สิ่งที่ใครต่อใครอยากมอง ก็ชวนให้ประทับใจ จึงส่งเข้า facebook แบ่งปั้นให้พี่น้องร่วมสถาบันได้ชื่นชม ในปีพ.ศ.2553 วันที่ 12 ก.พ.53 มีการจัดงาน bynior ขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมไม่มีโอกาสไปร่วมเก็บภาพประทับใจหรือแสดงความยินดีกับพี่ปี 4 ที่กำลังจะลารั้วสถาบันออกไปเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง เพราะติดภารกิจกตัญญู ต้องไปไหว้ตรุษจีนและนอนบ้านแม่ที่ต่างอำเภอกับครอบครัว
กำหนดการวันปัจฉิมนิเทศที่พอทราบ คือ งานเริ่มรับลงทะเบียนพี่บัณฑิต ตอน 12.00น. มีการบรรยายพิเศษโดย ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ เพื่อให้นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มีความรู้ความเข้าใจ และพร้อมออกไปเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง ตอนเย็นจะมีงานเลี้ยงพี่ปีสี่ และมีรุ่นน้องเข้าร่วมฉายภาพเป็นที่ระลึก ก่อนจะอำลากันไปคนละทิศละทาง และได้พบกันอีกครั้งเมื่อบุญพาวาสนาส่งจนได้พบกันในโอกาสต่อไป .. ขอให้ทุกคนมีความสุขตามกระแสเวลาที่กำลังไหลอย่างค่อยเป็นค่อยไป
+ http://www.facebook.com/album.php?aid=147094
+ http://www.facebook.com/album.php?aid=147102
Tags: bynior, บรรยายพิเศษ
Posted in ศิลปวัฒนธรรม และสังคม | 2 Comments »
Sunday, February 7th, 2010
ไปร่วมพิธีจัดงานศพคุณพ่อของ อ.วีระพันธ์ แก้วรัตน์
7 ก.พ.53 ทราบข่าวจากพี่ปุ๊ก งานบุคคล ในเช้าวันศุกร์ที่ 5 ว่าคุณพ่อของ อ.แม็ก เสียแล้ว ตั้งศพที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ และบุคลากรกว่ายี่สิบคนมีแผนเดินทางไปร่วมพิธีในเย็นวันจันทร์ที่ 8 ซึ่งรถของมหาวิทยาลัยว่างเพียงหนึ่งคัน โดยมีกำหนดฌาปนกิจในบ่ายวันที่ 9 ก.พ.53 ซึ่งอ.แม็ก เสมือนน้องชายที่ผมเคารพนับถือในหลายเรื่องทั้งความสามารถ และวินัยในการดำเนินชีวิต หลังปรึกษาภรรยาก็พบว่าเช้าวันที่ 6 เราทั้งครอบครัวพร้อมทั้งเวลา แผนการเดินทาง และข้อมูลเส้นทาง โดยโทรถามเส้นทางจาก อ.มงคล ใจสุข ซึ่งให้รายละเอียดชัดเจนมาก และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเดินทางในครั้งนี้ เราออกจากลำปางไปเชียงใหม่เกือบเที่ยวันของวันที่ 6 แล้วไปผ่านอ.แม่ริม ผ่านอ.แม่แตง แล้วหลงไปปางช้างแม่ตะมาน ก่อนยูเทอร์นประมาณ 3 กิโลเมตรมาเลี้ยวซ้ายเข้าเขื่อนแม่งัด ซึ่งบ้านงานศพที่เป็นบ้านของคุณพ่อที่ลวงลับอยู่ติดวัดบ้านใหม่ และเป็นหมู่บ้านติดเขื่อนแม่งัด หลังออกจากบ้านงานศพเราไปแวะเก็บข้อมูลเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวที่เขื่อนแม่งัดก่อนกลับ
มีเรื่องให้นั่งคุยกับอาจารย์แม็ก และน้องผกามาศมากมายในหนึ่งชั่วโมงที่บ้านศพ ที่จำได้คือ 1) ประสบการณ์การบวชเรียนของท่านที่เป็นที่มาของความเข้าใจในพระธรรม 2) การร่วมต่อสู้กับคุณพ่อที่ป่วยด้วยโรงมะเร็งตับตั้งแต่เดือนกันยายน52 3) การทำพิธีศพตามแบบของหมู่บ้านที่พบว่าต่างกับที่เคยพบในหมู่บ้านอื่น 4) เสน่ห์ของเขื่อนแม่งัดแหล่งท่องเที่ยวที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักอนุรักษ์ไพร 5) เรื่องวีดีโอกีฬา 9 สถาบัน ซึ่งผมกลับมาทดสอบอีก 2 เมนท์แล้วก็เพิ่มได้ครับ เพราะท่านแจ้งว่าเพิ่มไม่เข้า
+ http://www.weerapun.com
+ http://www.youtube.com/watch?v=-bu34waZZsI
Tags: วีระพันธ์ แก้วรัตน์
Posted in ศิลปวัฒนธรรม และสังคม | 2 Comments »
Wednesday, February 3rd, 2010
วันวาเลนไทน์
3 ก.พ.53 อ.อ้อม คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ร่วมกับทุกคณะวิชา อาทิ อ.บอย คณะบริหารเป็นพิธีกร อ.น้ำผึ้ง คณะนิเทศรับลงทะเบียน อ.แต คณะวิทย์เก็บแบบสอบถาม จัดโครงการธรรมะเพื่อชีวิต นิมนต์พระครูปลัดอนันต์ ญาณสํวโร มาเทศให้ข้อคิดเตือนสติเตือนใจหลายเรื่อง อาทิ ไม่โหดร้าย ไม่มือไว ไม่ใจเร็ว ไม่พูดปด ไม่หมดสติ หรือ วัยพึ่ง วัยพบ วัยเพียร วัยพัก และวัยพราก ก่อนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เพื่อปรามมนุษย์เยาวชนให้ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท มีนักศึกษาจากทุกคณะ ผู้บริหาร อาจารย์และเจ้าหน้าที่ สนใจเข้าฟังพร้อมเพียงกัน และมีประเด็นเล่าให้ฟังมากมาย เรื่องหนึ่งคือประวัติวันวาเลนไทน์ (Valentine’s Day) ซึ่งพอสรุปได้ว่า เทศกาลวาเลนไทน์ เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปีถูกจัดให้เป็นวันหยุด เพื่อเป็นเกียรติแต่เทพเจ้าจูโนผู้เป็นจักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจากนี้พระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่งอิสตรีเพศและการแต่งงานและในวันที่ 15 กุมภาพันธ์เป็นวันเริ่มต้น เทศกาลเฉลิมฉลองแห่งลูเพอร์คาร์เลีย
ในรัชสมัยของจักรพรรดิคลอดิอัสที่ 2 (Emperor Claudius II) แห่งกรุงโรม พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีใจคอโหดร้าย นิยมการทำสงคราม ทรงตระหนักว่าชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วมกองทัพ เนื่องจากไม่อยากพรากจากคู่รักและครอบครัวไป จึงมีพระราชโองการห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นหรือแต่งงานในโรม ทำให้ประชาชนทุกข์ใจยิ่งและขณะนั้นมีนักบุญรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์หรือวาเลนตินัส ร่วมมือกับเซนต์มาริอัสจัดพิธีแต่งงานให้กับชาวคริสต์หลายคู่ ทำให้วาเลนไทน์ถูกจับ ระหว่างเป็นนักโทษเชื่อกันว่าวาเลนไทน์ได้ตกหลุมรักหญิงสาวที่เป็นลูกสาวของผู้คุมที่ชื่อจูเลีย ซึ่งได้มาเยี่ยมเขาระหว่างที่ถูกคุมขัง ในคืนก่อนที่วาเลนไทน์จะถูกตัดศีรษะ เขาส่งจดหมายฉบับสุดท้ายถึงจูเลียโดยลงท้ายว่า “From Your Valentine” และวาเลนไทน์ก็ถูกประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270
หลังจากนั้นศพของเขาถูกเก็บไว้ที่โบสถ์พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพูไว้ใกล้หลุมศพของวาเลนตินัส โดยต้นอามันต์สีชมพูเป็นตัวแทนแห่งรักนิรันดร์และมิตรภาพอันสวยงาม ต่อมาพระในนิกายโรมันคาทอลิกเลือกให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรักและดูเหมือนว่ายังคงเป็นธรรมเนียมที่ชายหนุ่มจะเลือกหญิงสาวที่ตนพอใจในวันวาเลนไทน์จนถึงทุกวันนี้
+ กุหลาบแดง (Red Rose) : แทนประโยคว่า “ฉันรักเธอ”
+ กุหลาบขาว (White Rose) : แทนความหมายแห่งความรักอันบริสุทธิ์
+ กุหลาบชมพู (Pink Rose) : แทนความรักแบบโรแมนติก
+ กุหลาบเหลือง (Yellow Rose) : แทนความรักแบบเพื่อน เป็นสีแห่งความสดใส
Tags: monk, valentine
Posted in ศิลปวัฒนธรรม และสังคม | 2 Comments »
Monday, February 1st, 2010

รวมพลศิษย์เก่าโยนก
1 ก.พ.53 ในวันงานชุมนุมศิษย์เก่า ทุกคนมีเป้าหมายการร่วมงานครั้งนี้ชัดเจนคือ การไปพบเพื่อนเก่า ไปพูดคุยสังสรรค์เฮฮา ตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้พบกันมานาน มีเรื่องคุยกันมากมาย มีภาพในอดีตให้รำลึกตามประสาผู้สูงอายุ (หรือใครจะปฏิเสธ) มีหลายคนพลาดการชมสไลด์วีดีโอศิษย์เก่าที่ อ.มงคล ใจสุข จัดทำไปฉาย ผมดูแล้วก็อึ้งเพราะเป็นเรื่องสมัยเป็นเยาวชนอยู่เลย ซึ่งเป็นโชคที่ได้คัดลอกสไลด์ชุดนี้ไว้ขณะล่องลงกรุงเทพฯบนรถบัสเข้า SD Memory กลับมาที่ลำปาง คิดว่าเพื่อนและรุ่นน้องอาจสนใจ จึงส่งเข้าเผยแพร่ใน youtube.com และ multiply.com ความยาววีดีโอยาว 7 นาทีไม่มีเสียงพูดมีแต่เสียงเพลงสุดซึ้งประกอบภาพ
ตกเย็นวันที่ 1 กพ.53 ก็ได้ภาพจากมุมกล้องที่ถ่ายโดยคุณธรณินทร์ สุรินทร์ปันยศ อีกกว่า 54 ภาพ และมีถึงร้อยละยี่สิบที่เป็นภาพสนับสนุนศิลปวัฒนธรรมชัดเจน เป็นภาพอีกมุมหนึ่งของแต่ละบุคคลที่เด่นชัดมากผ่านกล้องคุณภาพ ที่แน่นอนคือมีภาพ close up อ.นงลักษณ์ นักแสดงฟ้อนรำของศิษย์ เชียร์รีดเดอร์ นักศึกษาจีน การยืนบนแคร่ของช่างฟ้อน เป็นต้น ที่ปฏิเสธไม่ได้คือมีคนเสื้อแดงกับคนเสื้อเหลืองในภาพชุดนี้อยู่ในงานชุมนุม ทีมจัดงานก็คงพยายามแล้วที่จะสนับสนุนให้ทุกคนสวมเสื้อสีขาว และมีสุราที่ทำให้พฤติกรรมของหลายคนถูกละลายจนเชื่อมกันติด สรุปว่าส่งไปเผยแพร่ใน myspace.com และ multiply.com ดังนี้
+ http://viewmorepics.myspace.com
+ http://thaiabc.multiply.com
+ http://vids.myspace.com
+ http://www.youtube.com/watch?v=DJEBiZ1szSc
+ http://www.yonokcom11.com โดยน้ำหนึ่ง
Tags: alumni, itower, mongkol, toranin
Posted in ศิลปวัฒนธรรม และสังคม | 2 Comments »
Friday, January 29th, 2010
เชียร์ลีดเดอร์โดย นิสิต นักศึกษา
29 ม.ค.53 ก่อนไปร่วมประชุมศิษย์เก่าครั้งประวัติศาสตร์ที่กรุงเทพฯ จัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ที่ตึกไอทาวเวอร์ ซึ่งนางสาวเรณูฝากเอกสารการประชุมสภา ส่วนพี่กาณต์ฝากเอกสารการเงิน ไปให้ผู้เกี่ยวข้องที่กรุงเทพฯ มีกำหนดเดินทาง 24.00น. ที่ป้ำคุณประยูรณ์ ผมได้ไปเก็บภาพและคลิ๊ปวีดีโอของนิสิต นักศึกษาชั้นปีที่ 1 เป็นส่วนใหญ่ ในงานกีฬา 9 สถาบันระดับอุดมศึกษา จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นการประกวดเชียร์ลีดเดอร์ และประกวดกองเชียร์ ก่อนจะมีพิธีปิดกีฬาเย็นนี้ เด็กสาวมากมายร้องเพลง เต้นเชียร์กันอย่างมีความสุข อาจารย์หลายสิบท่านก็ไปร่วมเป็นกำลังใจ อาทิ อ.อติชาต อ.ธวัชชัย อ.ศิรดา อ.ปวิณรัตน์ อ.เหมี่ยว อ.เอ อ.สุริยพันธ์ อ.เกศินีย์ อ.วันชาติ อ.มงคล เจ้าหน้าที่ก็มีหลายท่าน อาทิ นายธรณินทร์ นางวราลักษณ์ ผมได้ถ่ายวีดีโอและอัพโหลดไว้ใน youtube.com ให้ได้ชมกัน เป็นความประทับใจของผู้ร่วมกิจกรรมโดยแท้ .. วีดีโอเรื่องนี้เกือบ 10 นาที ดูกันเต็มอิ่มแน่นอนครับ ..
เชียร์ลีดเดอร์ และกองเชียร์ของเรา
+ http://www.youtube.com/watch?v=-bu34waZZsI
+ http://www.facebook.com/album.php?aid=143777
Tags: กองเชียร์, นักศึกษา, นิสิต, ประกวด, เชียร์ลีดเดอร์
Posted in ศิลปวัฒนธรรม และสังคม | 2 Comments »
Friday, January 29th, 2010
29 ม.ค.53 ที่มา คือ ผมไปเซ็นชื่อรับเงินรัฐบาลที่สนับสนุนผู้ปกครองที่โรงเรียนของลูก ไปก่อนเคารพธงชาติ ไปเซ็นชื่อเสร็จก็เดินลงมา ผมขึ้นตึกเห็นทุกคนถอดรองเท้า ก็ถอดตาม ตอนลงมาผมก็ถอด แต่ระหว่างลงบรรได มีเสียงว่า “เธอสวมรองเท้าขึ้นมาได้อย่างไร อยู่ห้องไหน ครูชื่ออะไร” เป็นน้ำเสียงของคุณครูพูดกับนักเรียนอย่างแท้จริง ก็ไม่น่าแปลกอะไรที่ครูจะให้คำแนะนำแก่ศิษย์
ช้าก่อน สิ่งที่ผมเหลือบไปเห็นแล้วก็ต้องตกใจ คือ ครูทั้ง 2 ท่านที่ถามเด็กกลางบรรได โดยมีผมเดินอยู่ข้างหลัง ทีแรกว่าจะแซงไปแล้ว เพราะท่านชะลอความเร็ว และมีคนเดินขึ้นลงขวักไขว่ สิ่งที่สังเกตเห็นคือ ครูทั้งสองท่านสวมรองเท้าเดินลงตึก ในใจก็คิดทันทีว่าผมเจอกับแม่ปูอีกแล้ว ก็ไม่ทราบว่าคุณครูท่านขึ้นตึกได้ถอดแล้วหิ้วขึ้นไปหรือไม่ ก็แปลกว่าทำไมต้องให้ศิษย์ถอดรองเท้า แล้วตนเองสวมรองเท้า ถ้าในตึกมี 30 ห้องเรียนก็จะมีครู 30 คนเดินสวมรองเท้าขึ้นตึก ข้อสงสัยคือ ทำไมนักเรียนไม่มีสิทธิสวมรองเท้าขึ้นตึก เด็กบางคนแบกสัมภาระตั้งเยอะ ยังต้องก้ม ๆ เงย ๆ หิ้วรองเท้าเป็นอีกหนึ่งภาระขึ้นอาคารชั้นสาม แต่แม่ปูไม่ต้องกระทำ
ประเด็น คือ ทำไมครูไม่พูดกับลูกศิษย์อย่างเอื้ออาทรอย่างกัลยาณมิตร มีสิทธิใดใช้อำนาจเจืออารมณ์ เป็นสิ่งที่ผมเห็นอย่างคนนอก แล้วขัดใจในความไม่สมเหตุสมผล เพราะมนุษย์เราน่าจะมีสิทธิโดยเท่าเทียมกัน และลูกศิษย์ก็คือผู้มีอุปการะคุณ ที่ทำให้คุณครูมีข้าวมีน้ำกินทุกวัน ผมก็เป็นครูยังอยากจะแสดงความเคารพลูกศิษย์เช้าเย็น เพราะพวกเขาทำให้คุณครูมีอยู่มีกิน .. สำหรับตัวผมจะคิดว่าลูกศิษย์ทุกคนคือลูกศิษย์ที่มีพระคุณเสมอ แต่ถ้าลูกศิษย์จะเคารพครูก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลอย่างชื่นชม มิใช่ไหว้คุณครูเพราะเกรงกลัวหรือทำไปเพราะหน้าที่
Tags: คุณครู, อำนาจ, แม่ปู
Posted in ศิลปวัฒนธรรม และสังคม | No Comments »
Thursday, January 28th, 2010
ภาพยนต์เรื่องนี้เป็นการแย่งชิงอำนาจในครอบครัว
28 ม.ค.53 ลุแก่อำนาจเป็นพฤติกรรมของมนุษย์ทั่วไป เป็นรูปแบบชีวิตที่พบเห็นได้บ่อยในตำรวจยศสูง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้อำนวยการ ผู้มีฐานะดีมาก มักเป็นผู้ใช้อำนาจเกินบทบาทที่ควรเป็น เป็นพฤติกรรมที่ขาดความสมเหตุสมผล
เช่น ไม่รู้จักประมาณตน ไม่เห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ ชอบการถูกยกยอปอปั้น พอใจที่มีคนหมอบคลานเข้าไปเยี่ยงทาส ขึ้นเสียงต่อเพื่อนมนุษย์อย่างเคยชิน ชักสีหน้าไม่เลือกที่เลือกเวลา ใช้อำนาจที่มีโดยมิชอบ เป็นรูปแบบชีวิตที่พบเห็นได้บ่อยในภาพยนตร์อาจมีมากกว่า 80% และ มากกว่า 90% ที่คนกลุ่มนี้จะล้มเหลวตามบทบาท ที่ได้รับในภาพยนตร์ แต่ในชีวิตจริงคนเหล่านี้คิดว่าตนทำถูกต้องเหมือนในภาพยนตร์เปี๊ยบ .. แบบดื้อตาใส
ในชีวิตจริงเราจะพบเห็นพฤติกรรมแบบนี้ได้ไม่บ่อยนัก อาจเป็นเพราะมนุษย์เคยชินกับรูปแบบชีวิตของคนที่ลุแก่อำนาจ หรือมีพฤติกรรมไม่สมเหตุสมผลในภาพยนตร์หลายพันเรื่องหรือละครทีวี หากมีใครไปพบว่าใครสักคนทำตัวเป็นแม่ปูจนลูกปูไม่อยากอยู่ใกล้ เป็นแม่ปูที่ไม่มีความสมเหตุสมผลแล้วมาเล่าให้ผมฟัง ผมก็มองเป็นเรื่องปกติ แต่คนทั่วไปที่คาดหวังความสมเหตุสมผลจากแม่ปูก็จะเป็นเดือนเป็นร้อน .. ผมก็อุทานในใจว่า คนเคยกินข้าวก็ต้องกินข้าววันยันค่ำ หรือ คนเคยกินขนมปังก็ต้องกินขนมปัง หรือ คนเคยกินข้างเที่ยงก็ต้องกินข้างเที่ยงไปชั่วชีวิต .. แพ้ภัยตนเองเป็นคำกล่าวที่พบได้บ่อยในชีวิตจริง แบบไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้า เช่น กินเหล้าเมาแฟนก็ทิ้ง ซื้อหวยไม่ถูกก็ต้องเสียเงิน กินหมูกะทะก็จะเป็นมะเร็ง เป็นต้น ถ้ามีแม่ปูลุแก่อำนาจก็จะไม่มีลูกปูตัวใดเดินตามยกเว้นอยู่ในภาวะจำยอมเหมือนกบในกระทะ พอไม่มีหนักเข้าก็จะลือหึ่งกันไปทั้งชายหาด .. ก็เป็นนิทานสอนเด็กเรื่องลูกปูกับแม่ปูในชายหาดบางแสน .. ที่ผมจะเอาไปเล่าให้เพื่อนอาจารย์ฟัง แลกกับนิทานเรื่องตัดต้นไม้เพราะหวังเบียดบังชีวิตนกบนต้นไม้ของท่าน
Tags: power, การบริหาร, ลุแก่อำนาจ
Posted in ศิลปวัฒนธรรม และสังคม | No Comments »
Thursday, January 14th, 2010

ขบวนแห่ตั้งธรรมหลวงเวียงละกอน
14 ม.ค.53 งานวิจัยและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ขอเชิญชวนอาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษามหาวิทยาลัยโยนก ร่วมกิจกรรม 2 งานคือ 1) แห่กัณฑ์เทศวันที่ 14 เวลา 7.00-9.00น. จากโรงเรียนเทศบาล4 ไปศาลหลักเมือง และ 2) ร่วมฟังเทศน์มหาชาติ กัณฑ์มัทรี จากพระราชธรรมาลังการ เจ้าอาวาสวัดบุญวาทย์ พระอารามหลวง จ.ลำปาง ในวันที่ 15 เวลา 13.00-14.00น. ณ ศาลหลักเมือง แล้วในวันนี้คณะวิทย์ฯ ไปร่วมแห่กัณฑ์เทศ และมีโอกาสเก็บภาพ อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาที่ไปร่วมกิจกรรมกว่า 30 คน เป็นความสุขใจในฐานะกลุ่มพุทธศาสนิกชน ที่มีโอกาสได้ร่วมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้ดำรงสืบไป เพื่อนร่วมบุญครั้งนี้มีมากมาย อาทิ อ.ใหญ่ อ.เอก อ.โก อ.นงลักษณ์ อ.เอ็ม อ.พจน์ อ.นัน อ.น้ำค้าง พี่ริน พี่แบงค์ พี่รัชนีย์ ส่วนนักศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้มากที่สุด รองลงมาเป็นคณะนิติศาสตร์
งานบุญครั้งนี้เป็นกิจกรรมทางศาสนาพุทธในจังหวัดลำปาง การร่วมกิจกรรมก็มีทั้งเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ข้าราชการ การแต่งกายก็เป็นไปตามฟอร์มของแต่ละองค์กร เช่น นักเรียนก็ชุดนักเรียน ส่วนนักศึกษาก็จะเป็นชุดนักศึกษา ซึ่งหลายสถาบันมีนักศึกษาแต่งกายตามปกติวิสัย ที่พระสงฆ์ดูชุดนักศึกาษาสมัยนี้แล้วอาจมีความคิดเห็นไปในทางไม่สงบมากไป ปัจจุบันโลกไร้พรมแดนเป็นจริง ความคิดก็เริ่มไม่มีพรมแดน ดังนโยบายของรัฐบาล หรือคำขวัญวันเด็กก็จะมีคำว่า ความคิดสร้างสรรค์เข้ามา ทำให้ความคิด หรือพฤติกรรมเริ่มหลุดออกนอกกรอบ พระสงฆ์เริ่มใช้กล้องดิจิทอล อ.พจน์ ให้ข้อสังเกตุว่า มีพระสงฆ์ใช้กล้องถ่ายรูปเก็บภาพนักศึกษาหญิง ซึ่งดูแล้วก็ใช้ทัศนคติของผู้เคร่งวินัยตัดสินความไปในทางหนึ่งซะแล้ว แต่ผมให้ความเห็นว่าเขาคงเก็บไปทำ case study ส่วนผมเห็นพระสงฆ์ใช้วิทยุสื่อสาร ก็คิดว่าทันสมัยดี มีอะไรให้พูดคุยสื่อสารกันแน่นอน มีกิจกรรมทางโลกให้พระสงฆ์ได้เข้ามาทำกิจกรรม มากกว่าที่คาดหวังอยู่ไม่น้อย .. วิถีของแต่ละคน .. ตนย่อมเป็นผู้กำหนด
Tags: ตั้งธรรมหลวงเวียงละกอน, ศาสนาพุทธ, ศิลปวัฒนธรรม
Posted in ศิลปวัฒนธรรม และสังคม | 1 Comment »