Archive for October, 2009

ทำบุญที่วัดกฐินตกในลำปาง

Thursday, October 29th, 2009
กฐินตก

กฐินตก

29 ต.ค.52 ปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่ คุณศิริทัศน์ โรจนพฤกษ์ รับทำบุญวัดที่กฐินตก และปีนี้เป็นปีแรกที่บุคลากรของมหาวิทยาลัยโยนก ออกทำบุญวัดที่กฐินตกมากกว่า 80 วัด โดยวัดในลำปางมีกว่า 673 วัด แต่กฐินตกเนื่องจากไม่มีใครจองกฐินมีจำนวนกว่าครึ่งหนึ่ง เหตุการแบบนี้เกิดขึ้นทุกปี วันนี้บางคณะและบางสำนักงานได้รวมตัวกันไปทำบุญที่ วัดห้วยคิง อำเภอแม่เมาะ ลำปาง โดยนัดหมายวัดที่กฐินตกกว่า 15 วัดมาใช้สถานที่ที่วัดนี้เป็นที่กรานกฐิน มีหน่วยงานในมหาวิทยาลัย และหน่วยงานภายนอกที่ ดร.ศรีศุกร์ นิลกรรณ์ เชิญชวนมาร่วมทำบุญทอดกฐินจากหลายองค์กร เพราะการเป็นเจ้าภาพกองกฐินเป็นภาระหนักมิใช่น้อย คุณลัดดาวรรณ เรือนทัศนีย์ เป็นผู้ประสานงาน และนำทุกคนไปร่วมทอดกฐินในครั้งนี้ เพราะถ้าไปกันทีละวัด ๆ ละคนสองคน ก็คงไม่สะดวก จึงมีการปรับแผนเพื่อความสะดวกในการดำเนินงาน
ในปัจจุบัน พบว่า ศรัทธาต่อศาสนาที่มีในตัวมนุษย์ลดลง การให้ความสำคัญกับวัตถุเพิ่มขึ้น ศีลที่เป็นเครื่องปกป้องมนุษย์เริ่มเสื่อมสลาย จำนวนคนที่สนใจทอดกฐินลดลงอย่างเห็นได้ชัด หรือไม่นิยมทอดกฐินมาแต่อดีตก็เป็นได้ จำนวนพระสงฆ์ในวัดมีน้อย ยิ่งวัดในชนบทมักมี 1 – 2 รูป แต่ถ้าวัดในกรุงเทพฯ จะมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่มาก แต่ในชุมชนที่ศรัทธา หรือความเชื่อยังแจ่มชัด จำนวนพระสงฆ์กลับไม่เป็นไปดังคาด .. ในโอกาสนี้คณะศรัทธา จึงมีความสุขที่ได้ทำบุญกับวัดที่กฐินตก เพื่อถวายจตุปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของพระสงฆ์
+ http://www.prawinrat.com/gallery/dooroop.php?activityid=174

ตานก๋วยฉลากที่โยนก

Thursday, October 29th, 2009
ที่ มหาวิทยาลัยโยนก

ที่ มหาวิทยาลัยโยนก

29 ต.ค.52 ร่วมประเพณีตานก๋วยฉลากเป็นครั้งที่ 2 ของปี แต่เป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในมหาวิทยาลัยโยนก มีศรัทธาที่เป็นนักศึกษา อาจารย์ เจ้าหน้าที่ นำก๋วยหรือสังฆทานมาร่วมกิจกรรม มีเส้นกว่า 140 เส้น ของผมกับภรรยามีกันคนละเส้น เจ้าภาพจัดงานได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูปมารับทาน จัดโดยคณะบริหารธุรกิจ นำโดย อ.นิยม จันทกูล โดยมีเพื่อนอาจารย์หลายท่านเข้าร่วมกิจกรรมนี้ เช่น อ.แนน อ.นุ้ย พี่ริน อ.แหม่ม อ.เก๋ อ.สุรพงษ์ อ.ใหญ่ อ.บอย อ.ชินพันธ์ อ.สุจิรา ส่วนผู้นำประกอบพิธีคือ อ.วีระพันธ์ แก้วรัตน์ ทำหน้าที่เป็นอาจารย์วัดทำพิธีได้อย่างยอดเยี่ยม ครั้งนี้พระท่านมาเทศน์ให้นักศึกษาฟัง มีเรื่องราวตามธรรมในใบลาน ก็ได้คติเตือนใจกลับบ้านกันไปถ้วนหน้า สรุปได้ว่าเป็นกิจบุญที่ทุกคนมีความสุข ใบหน้าอิ่มเอมไปด้วยบุญกันทุกคน .. งานนี้รู้เลยว่ายังมีคนที่ศรัทธาในศาสนาพุทธอยู่มากน้อยเพียงใด ซึ่งสรุปได้ว่าเต็มตามตัวบ่งชี้ครับ
+ http://www.thaiall.com/blog/burin/553/

International Taxation

Thursday, October 29th, 2009

อาทิตย์นี้มาตรวจงานที่เมือง Balikpapan ประเทศอินโดนีเซีย เป็นเมืองอุตสาหกรรมด้านขุดเจาะน้ำมันทางทะเลครับ ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะKalimantan เกาะเดียวกับ ประเทศบูรไน แต่อยูคนละฝั่ง น้ำทะเลที่นี่คนละเรื่องกับภูเก็ตบ้านเรา น้ำทะเลที่นี่เป็นสีโคลนครับ เพราะมีแท่นขุดเจาะน้ำมันในทะเลเต็มไปหมด จากฝั่งสามารถมองเห็นแท่นขุดเจาะน้ำมันได้เลย

ประเทศอินโดนีเซีย มีทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล โดยเฉพาะก๊าซและน้ำมันจำนวนมหาศาล และอดีตเคยเป็นประเทศสมาชิกในกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก (OPEC) เมือง Balikpapan เป็นเมืองที่สำคัญเมืองหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย เพราะมีบริษัทข้ามชาติเข้ามาทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมน้ำมันเป็นจำนวนมาก บริษัท Mermaid Drilling Ltd ซึ่งเป็นบริษัทที่ผมทำงานอยู่ปัจจุบัน เป็นบริษัทสัญชาติไทย แต่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่สิงคโปร์ คล้าย ๆ กับ Thaibev นั่นหละครับ ผมเป็นพนักงานคนไทยรุ่นบุกเบิก รหัสพนักงาน MDL001 (มีเพื่อนหลายคนถามผมว่า บริษัททำธุรกิจขายของเล่นหรือตุ๊กตาหรือเปล่า ผมก็ได้แต่ทำน่างง ๆ ปกติชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้องธุรกิจ Oil & Gas จะมีชื่อ เกี่ยวกับอะไร ๆ ในทะเล เช่น Shell, Pearl Oil เป็นต้น) บริษัทที่ผมทำงานอยู่ในปัจจุบัน ก็ทำธุรกิจมีเรือให้บริการขุดเจาะก๊าซและน้ำมันพร้อมกับวิศวกรผู้ชำนาญงาน ปัจจุบันทำงานให้ลูกค้าอยู่ในแถบ ๆ South East Asia ในฐานะที่ผมดูแลรับผิดชอบงานด้านการเงินและบัญชีทั้งหมดของกลุ่มบริษัท จึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาและทำความเข้าหลักภาษีในแต่ละประเทศที่บริษัทเข้าไปประกอบธุรกิจ

วันนี้ผมขอแชร์ประสบการณ์และความรู้ด้านภาษีระหว่างประเทศที่พอมีอยู่บ้างมาแลกเปลี่ยนกันดูนะครับ ผมชอบการศึกษาเชิงเปรียบเทียบครับ เพราะทำให้เราได้รู้ว่าตอนนี้เราอยู่ตำแหน่งไหนในตลาด ผมขอเริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล Corporate Income Tax เทียบกลุ่มประเทศใน South East Asia ก่อนเลยนะครับ

Corporate Income Tax

                                              2008             2009              2010
——————————————————————–
Indonesia                            30%                 28%                   25%
Malaysia*            20% or 26%    20% or 25%    20% or 25%
Singapore                           18%                  18%                    17%
Thailand                             30%                 30%                    30%
Vietnam                             28%                  25%                    25%

* Subject to Net Chargeable Income

จากตารางข้างบน ก็พอจะวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนของบริษัทอย่างคราว ๆ ได้นะครับว่า ประเทศไหนมีต้นทุนทางภาษีที่ถูกกว่ากัน เพราะ Corporate Income Tax ถือเป็น major cost ที่สำคัญตัวหนึ่งของบริษัทเลยนะครับ ลองคิดเล่น ๆ ดูนะครับว่า ถ้าเราทำธุรกิจแล้วมีกำไร ยกตัวอย่างสัก1,000,000 บาท เราอยากเสียภาษีให้รัฐเท่าไหร่ แน่นอนครับว่าเราก็คงอยากเสียภาษีในอัตราที่ต่ำที่สุดใช่ไม่ครับ ดังนั้นถ้าประเทศไหนสามารถกำหนดนโยบายภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าประเทศคู่แข่งก็จะสามารถดึงดูให้บริษัทต่าง ๆ ไปลงทุนได้มากกว่า

หลายคนเรียน MBA อาจารย์ท่านก็พร่ำสอนเรื่อง ทำอย่างไรให้บริษัทของเรามีความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับคู่แข่ง (Competitiveness)  แต่ถ้าเทียบดูจากตารางที่ผมเปรียบเทียบให้ข้างบน ผมว่าเราตายตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเลยครับ ประเทศต่าง ๆ ในแถบนี้ ซึ่งเป็นคู่แข่งเราทั้งนั้น มีอัตราภาษีที่ต่ำกว่าเราทั้งสิ้น ซึ่งหมายถึงต้นทุนที่ต่ำกว่า อย่างน้อยก็ 5% บางประเทศอย่างสิงค์โปร์ ต่ำกว่าเราถึง 13% แล้วเราจะแข่งกับชาวบ้านได้อย่างไรหละครับ

ผมมีโอกาสทำงานกับคนหลากหลายประเทศ ชาวต่างประเทศชอบเมืองไทยครับ เค้าว่า คนไทย nice อาหารไทยก็อร่อย ทะเลก็สวย แล้วอย่างไงครับ พอถึงเวลาตัดสินใจเลือกลงทุน คนทำธุรกิจก็ต้องเลือกประเทศที่ต้นทุนต่ำที่สุดเป็นหลักใช่ไหมครับ ที่จริงแล้วมันก็มีหลายปัจจัยในการตัดสินใจลงทุน ปัจจุบันประเทศไทยดราสู้คู่แข่งโดยเฉพาะเพื่อนบ้านไม่ค่อยได้ ไม่ใช่เราไม่ดี เพียงแต่ว่าเราปรับตัวเองไม่ทัน (หรือช้า) เมื่อเทียบกับคู่แข่ง เราคงปฏิเสธทุนนิยมไม่ได้ เนื่องจากโลกมันหมุนไปทุกวัน ยกตัวอย่างง่าย ๆ บริษัทที่ผมทำงานอยู่ทุกวันนี้ ผู้บริหารก็มี project ลงทุนตลอดเวลาไม่มีหยุด ถ้าหยุดก็หมายถึงบริษัทถอยหลังเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แต่แน่นอนที่สุดครับ การลงทุนใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น เขาก็ไม่ได้เลือกลงทุนในเมืองไทยอีกต่อไป เพราะประเทศเรามีข้อจำกัดหลายอย่าง ส่วนหนึ่งผมคิดแล้วก็เศร้า……..แต่มาคิดอีกที เราก็จะมีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา แต่ขอบอกว่าเหนื่อยครับพี่น้อง…………….สวัสดี

Phiboon Buakhunngamcharoen
Group Financial Controller
Mermaid Drilling Ltd

BA, Yonok #5
MBA, NIDA Flex #4
EPD, Thammasat University

ประเมินความพึงพอใจ โครงการวิพากษ์ DB

Monday, October 26th, 2009

26 ต.ค.52 โครงการนี้มีตัวบ่งชี้ 2 ตัวคือจำนวนคนกับความพึงพอใจ พบว่าผลประเมินความพึงพอใจตกครับ อันที่จริงมีประเด็นให้วิเคราะห์กันต่อได้ และมีวิธีปรับแบบสอบถามที่สมเหตุสมผลกว่านี้ได้ แต่ตั้งตัวบ่งชี้ไว้ 3.5 ของภาพรวม แล้วผลได้เพียง 3.04 ส่วนจำนวนคนไม่มีปัญหา เพราะตั้งไว้ 30 คนแต่เข้ามา 40 กว่าครับ โดยสรุปคือตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ มี 2 ข้อ ได้แก่ 1)มีผู้เข้าร่วมอบรมอย่างน้อย 80% ของเป้าหมาย 2) ความพึงพอใจโดยรวมไม่ต่ำกว่า 3.5 จากคะแนน 5 ระดับ ซึ่งโครงการบรรลุตามตัวบ่งชี้ของโครงการเพียง 1 ตัวบ่งชี้
     ประเมินความพึงพอใจของผู้เข้ารับการอบรม พบว่า ห้องอบรมมีความพึงพอใจในระดับปานกลาง (X=2.64, S.D=0.93) วิทยากร มีความพึงพอใจในระดับมาก (X= 3.2, S.D= 0.63) หัวข้อที่บรรยาย มีความพึงพอใจในระดับมาก (X= 3, S.D= 0.69) ช่วงเวลาในการจัดกิจกรรม มีความพึงพอใจในระดับมาก(X= 3.08, S.D= 0.79) สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ มีความพึงพอใจในระดับมาก (X= 3.2, S.D= 0.8) ภาพรวมของโครงการ มีความพึงพอใจในระดับมาก (X= 3.04, S.D= 0.66)
     ส่วนประเมินความเข้าใจ พบว่า ความเข้าใจหลังวิพากษ์สูงกว่าก่อนเข้าโครงการมีร้อยละ 64 มีความเข้าใจเท่าเดิมร้อยละ 32 และมีความเข้าใจลดลงร้อยละ 4

ชีวิตนี้ลิขิตเอง?

Monday, October 26th, 2009

LIFE2

วันหนึ่งที่ผมได้อยู่กับตัวเอง ในภาวะที่จิตใจสงบ ที่นี่ บนยอดเขาที่ตั้งของชาวโรมันก่อนคริสตกาล เงียบสงบ ไม่มีเรื่องงาน เรื่องครอบครัว หรือเรื่องใดๆ ชั่วขณะ มุมมองของความคิดจึงกว้างมากขึ้น ผมตั้งคำถามให้กับตัวเองว่า ทุกวันนี้ ผมต้องทำงาน ต้องเรียนหนังสือ ต้องดูแลครอบครัว ต้องช่วยเหลือสังคม เหล่านี้คือสิ่งที่ผมปรารถนาใช่หรือไม่ เงินคือเป้าหมายในชีวิตใช่หรือไม่ บารมีหรืออำนาจ หรือความสุขในสิ่งที่ได้ทำ ก็มีทั้งใช่บ้างไม่ใช่บ้าง ปะปนกันไป ทำไมวันนี้ผมจึงต้องเดินทางมาฝรั่งเศส มานำเสนอผลงานวิจัยที่โมร็อคโค มารู้จักคนมากหน้าหลายตา ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม มากินอาหารที่ไม่ถูกปาก แล้ววันหน้าผมยังคงต้องเดินทางไปที่ไหนอีก เป็นคำถามที่หาคำตอบไม่ได้จริงๆ วันแรกที่นี่ กับวันนี้ที่เตรียมตัวจะกลับ ความคิดได้เปลี่ยนไปมาก และผมขอใช้คำว่า ความเชื่อ เพราะผมยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ (เพราะถ้าพิสูจน์ได้ จะกลายเป็นความรู้) ที่ว่า 70% ผมถูกลิขิตให้มาที่นี่ เป็นไปอย่างที่ต้องเป็น แต่อีก 30% ผมสามารถลิขิตตัวเองได้

น.ศ.CBPUS เข้าเรียนรู้ชุมชนครั้งที่ 3 และเวที สกว.

Friday, October 23rd, 2009
ห้องบัวตอง ราชภัฎลำปาง ห้องบัวตอง ราชภัฎลำปาง

15 ต.ค.52 กร กับ มะปราง ร่วมเวทีสรุปบทเรียนปี 2552 สกว.ลำปาง ร่วมกับ อ.วิเชพ อ.กฤตภาศ อ.อ้อม อ.เอ อ.เก๋ และอ.แต วันที่ 15 ต.ค.52 ณ ห้องบัวตอง ราชภัฎลำปาง จัดโดย นางสาวภัทรา มาน้อย โดยมี ผศ.เล็ก แสงมีอานุภาพ ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน “ฮู้แฮง แป๋งฮ่อม ต้อมกำกึ๊ด” เพื่อเปิดเวทีแบ่งปันประสบการณ์ที่นักวิจัยจากสถาบันต่าง ๆ มานำเสนอในประเด็นที่สัมพันธ์กับการศึกษา และมีนักวิชาการมาให้คำแนะนำ เป็นแนวทางพัฒนาต่อไป จนเลยเวลาไปนิดหน่อย
     ก่อนเข้าเวทีนี้ นักศึกษาทั้ง 2 คนข้างต้น และนายสุทัศน์ ได้ลงพื้นที่ครั้งที่ 3 วันที่ 11-12 ต.ค.52 เพื่อเก็บข้อมูลวีดีโอเพิ่ม นำเสนอวีดีโอต้นแบบ และโฮมเพจของโครงการ ต่ออ.บุรินทร์ ซึ่งมีกิจกรรม และประเด็นในการแลกเปลี่ยนกับนักศึกษาที่สำคัญ คือ 1)การทบทวนโครงเรื่องของ VDO 2 เรื่อง 2)การยกร่าง Script สำหรับจัดทำวีดีโอรวม 3 ชั่วโมง 3)ตกเย็นวิพากษ์วีดีโอ และ 4)โฮมเพจต้นแบบ 5)วันที่สองเข้าสัมภาษณ์นักวิจัยในพื้นที่อีกครั้งก่อนกลับลำปาง

กำหนดโครงเรื่อง VDO กันใหม่

Friday, October 23rd, 2009

home01

23 ต.ค.52 กรกับมะปราง พบอ.ที่ปรึกษา ช่วงบ่ายวันหยุดรวม 4 ชั่วโมง มีกิจกรรมดังนี้ 1)ศึกษา vdo ในพื้นที่วิจัยและภาพที่เกี่ยวข้องสำหรับใช้ในการทำงาน 2)ศึกษา vdo ในพื้นที่อื่น เป็นการทบทวนวรรณกรรมทั้งกระบวนการ และเทคนิก 3)พิจารณา script ที่แต่ละคนเตรียมมา แต่พบว่าขาดโครงเรื่องที่ชัดเจน 4)ยกร่างโครงเรื่อง และมอบหมายงานไปเขียน script กันต่อ นัดหมายต่อไป เป็นเย็น 29 ต.ค.52
     ทุนที่นักศึกษามีก่อนเขียน script ตามโครงเรื่อง 2 เรื่อง 1) ประเด็นปัญหา การแก้ไข และผลที่ได้ 2)กระบวนการวิจัย ต่อไป คือ 1)เข้าใจในชุมชนผ่านการสัมภาษณ์และเข้าไปใช้ชีวิต 2)เข้าใจกระบวนการจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนและเข้าเวทีวิจัย 3)มีประสบการณ์จากการอ่านรายงาน ศึกษาจากภาพถ่าย และวีดีโอทั้งในและนอกโครงการ 4)ลองผิดลองถูก ฝึกฝนในการยกร่าง script และตัดต่อวีดีโอมาแล้วระดับหนึ่ง 5)บันทึกกิจกรรม เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในรายงานเสนอ CBPUS เมื่อต้องปิดโครงการ
+ http://www.thaiall.com/research/vdo_structure.doc
+ http://www.webprodee.com ของ นายกร

International Conference ที่โมร็อคโค

Friday, October 23rd, 2009

Pict_day21v2วันที่ 21 ตุลาคม 2552 เวลา 17.00 น. ได้ร่วมนำเสนอผลงานวิจัยในเวที International Conference on Software, Knowledge and Information Management and Applications (SKIMA 2009) ที่เมือง Fes ประเทศโมร็อคโค บรรยากาศการประชุมและพิธีเปิดเริ่มในตอนบ่ายก่อนเข้า session การนำเสนอผลงานวิจัยที่ละคน ซึ่งผมเจอเป็นคนแรกของวันแรกและอยู่ห้องแรก ครั้งนี้ไม่ตื่นเต้นเหมือนครั้งก่อนที่สิงคโปร์ ได้ประสบการณ์หลายอย่างที่โมร็อคโค มีโอกาสกลับไปฝรั่งเศสพรุ่งนี้จะเล่าให้ฟัง อยู่ที่นี่มีปัญหาเรื่องการใช้ internet อย่างมาก เลยขาดการติดต่อไปพักใหญ่ ต้องขออภัยจริงๆ

ประชุมเตรียมการพิธีประสาทปริญญาบัตร 2552

Thursday, October 22nd, 2009

22 ต.ค.52 เช้าร่วมเสวนาในฐานะนักวิจัยมือใหม่ หลังบ่าย 3 ไปแก้ transcript ไม่คำนวณ F ปี 47 – 51 มาปี 52 เริ่มคำนวณแล้ว และไปแก้ระบบรายงานการประเมินการสอนให้ข้อมูล 2552/1 ถูกต้อง และกรอกข้อมูลความพึงพอใจของโครงการอีเลินนิ่ง ประมวลผลได้ค่าเฉลี่ย 3.75 ค่าเบี่ยงเบน 0.81 และกรอกข้อมูลความพึงพอใจของโครงการวิพากษ์ฐานข้อมูล ประมวลผลได้ค่าเฉลี่ย 3.03 ค่าเบี่ยงเบน 0.78 เพราะลืมว่าต้องเข้าประชุมเตรียมการพิธีฯ ทำให้เข้าประชุมสาย แต่ก็มีประเด็นหลายอย่างที่เปลี่ยนไปจากปีก่อน
     อาทิ 1)คืนก่อนรับปริญญาคือศุกร์ที่ 18 ธ.ค.52 มีงานเลี้ยงบัณฑิตที่โรงแรมลำปางเวียงทองตั้งแต่หนึ่งทุ่มตรง 2)วันซื้อใหญ่เริ่ม 11.00 – 12.30 แล้วมหาวิทยาลัยเลี้ยงข้าวบัณฑิตก่อนเข้าพิธีสวมฮูด 3)การขยายเวทีและเพิ่มแสงใช้งบเพิ่มหลายแสนบาท อยู่ระหว่างการพิจารณา 4)ปีนี้ท่านอธิการให้เชิญแขกผู้มีเกียรติในจังหวัดมาร่วมเป็นเกียรติแก่บัณฑิต โดยประชุมเตรียมการครั้งต่อไปกำหนดเป็นวันที่ 19 พฤศจิกายน 2552
+ http://it.yonok.ac.th/doc/burin/eval_it52_elearning.xls
+ http://it.yonok.ac.th/doc/burin/eval_it52_dbtalking.xls

พัฒนาศักยภาพว่าที่บัณฑิตด้านไอที

Wednesday, October 21st, 2009

21 ต.ค.52 คืนนี้ผมทำงานได้งานเดียว เพราะเจ็บคอ คือเขียนโครงการพัฒนาศักยภาพว่าที่บัณฑิตด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่วนเขียนรายงานผลโครงการอีเลินนิ่งกับโครงการวิพากษ์DB คงต้องเลื่อนไปก่อน สำหรับโครงการที่พึ่งเขียนเสร็จปรึกษาเพียง คุณธรณินทร์ สุรินทร์ปันยศ และคุณอนุชิต ยอดใจ ว่าโครงการน่าจะมีหัวข้ออะไรบ้าง ก็ได้มา 9 หัวข้อ คือ 1)การติดตั้งระบบปฏิบัติการวินโดว์ 2)การปรับแต่งค่าเริ่มต้นให้กับระบบปฏิบัติการวินโดว์ 3)การติดตั้งโปรแกรมประยุกต์ 4)ระบบความปลอดภัยและการจัดการไวรัสเบื้องต้น 5)การเขียนแผนภาพขั้นตอนการทำงานด้วย Visio 6)การประมวลผลด้วย MS Excel 2 ครั้ง 7)การจัดการข้อมูลด้วย MS Access 2 ครั้ง 8) การจัดการภาพกราฟฟิก 3 ครั้ง 9)การเขียนเว็บเพจเบื้องต้น 3 ครั้ง
     มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพนักศึกษา ซึ่งเป็นโครงการอบรมให้นักศึกษาฟรี แต่เขาต้องจ่ายเงินมัดจำป้องกันนักศึกษาโดดเรียน โดยสอนระหว่าง 18.00น. – 20.00น. มีวิทยากร 2 คนต่อครั้ง ชั่วโมงละ 150 บาทต่อคน สอน 15 วัน ช่วงพฤศจิกายน 52 ถึง มกราคม 53 โดยมีงบรวม 10,000 บาท เตรียมวิทยากรไว้ 5 คนตามความถนัดในแต่ละเรื่อง พรุ่งนี้ผมต้องลุ่นว่าโครงการนี้จะผ่านหรือไม่ ถ้าไม่ผ่านก็น่าเสียดายครับ