Archive for October, 2009

วิพากษ์ระบบฐานข้อมูลครั้งแรก

Tuesday, October 20th, 2009

20 ต.ค.52 ในรอบ 21 ปี วันนี้เป็นวันแรกที่นำระบบฐานข้อมูล 21 ระบบ มาเปิดเผยในห้องประชุมของมหาวิทยาลัยที่มีผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนกว่า 45 ท่าน คุณอนุชิต ยอดใจยา ช่วยบันทึกเสียงลง MP3 เพื่อให้ผมเปิดฟังที่บ้านและจัดทำรายงานได้ ขั้นตอนเปลี่ยนจาก 1)หน่วยงานนำเสนอ 2)คณะแยกกลุ่ม 3)คณะให้ข้อเสนอแนะ 4)หน่วยงานสรุป เป็น 1)หน่วยงานนำเสนอ 2)คณะให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งจบไปทีละระบบ ทำให้เวลา 3 ชั่วโมง สามารถเปิดเวทีแลกเปลี่ยนทั้ง 21 ระบบในเวลาที่กำหนด
     คะแนนประเมินความพึงพอใจจากการประชุมน่าจะต่ำมาก ไม่น่าเกิน 4 จากคะแนน 5 ระดับ ถ้าวัดเฉพาะความพึงพอใจต่อโครงการเป็นตัวบ่งชี้ความสำเร็จ โครงการนี้คงสอบตกเป็นแน่ เพราะ 1)หน่วยงานก็ได้รับข้อเสนอแนะที่เป็นงานหนักอึ้ง 2)คณะก็มารับทราบว่ามีระบบมากมายที่ตนต้องใช้งาน 3)ทีมพัฒนาซึ่งมีโปรแกรมเมอร์ของสำนักไอที 1 คน โปรแกรมเมอร์ของสำนักทะเบียน 1 คน และโปรแกรมเมอร์อาสาสมัคร 3 คน ก็มีงานต้องพัฒนาและเชื่อมระบบทั้งหมดเป็นเครือข่ายเดียวกัน มีประเด็นมากมายยังไม่ clear เช่น 1)การจัดการความรู้มี series อย่างไร คณะได้รับโจทย์ว่าต้องกำหนดหัวข้อการจัดการความรู้ 2)ต้องกลับไปเขียนนโยบายด้านต่าง ๆ .. ถ้ามีใครประเมินว่าพอใจการประชุมครั้งนี้ก็คงบอกว่าแปลกหละครับ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เกินคาดเลยแม้แต่น้อย .. ในโลกแห่งความเป็นจริง
     หรือคิดแบบไม่เข้าข้างตนเอง คือผมพูดไม่รู้เรื่อง ดูแลให้ทุกคนพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง ทำให้ทุกคนไม่พอใจในโครงการนี้ .. ก็เป็นไปได้ .. แต่ถ้าจะทำให้คนในมหาวิทยาลัยเข้าใจกัน เข้าใจระบบของกันและกัน ที่สำคัญเข้าใจงานของหน่วยงานที่ตนรับผิดชอบ ตามแผนที่ อ.อติชาต วางไว้ก่อนเดินทางไกล ผมก็ยินดีกับผลการประเมินความพึงพอใจข้างต้น

การเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง #2

Tuesday, October 20th, 2009

หลังจากที่เราได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของคำว่าธุรกิจแล้ว ตอนที่ 2 นี้จะขอนำเสนอหัวข้อความท้าทายในการเริ่มต้นธุรกิจครับ

ความท้าทายในการเริ่มต้นธุรกิจ

          การเริ่มต้นทำธุรกิจของตนเองเป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของท่านได้ ท่านจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบความสำเร็จของธุรกิจ ซึ่งเป็นงานที่หนัก แต่ผลที่ได้ก็อาจจะน่าพอใจและทำกำไรให้มากมายได้เช่นกัน

          คนทั่วไปคิดจะทำธุรกิจด้วยเหตุผลหลายประการ บางคนเป็นลูกจ้างอยู่เดิม หรือเป็นข้าราชการและต้องการมีกิจการของตนเองจึงลาออกมาทำ บางคนก็ตกงานอยากมีงานทำ จึงเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง

          – เหตุผลของท่านคืออะไร ?

             การเป็นเจ้าของกิจการ มีข้อดีหลายอย่าง เช่น

  • ไม่ต้องรับคำสั่งจากใคร
  • ทำงานตามเวลาที่ตนเองกำหนด
  • ได้ผลตอบแทนเป็นเงิน ชื่อเสียง ตามผลงานที่ตนเองทำ
  • บางการชีวิตตนเอง
  • มีความสุขกับการได้ริเริ่มสร้างสรรค์          

           - สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท่านต้องการหรือไม่ ?

             ในขณะเกียวกันการเป็นเจ้าของกิจการ ก็มีปัญหาและความยุ่งยากหลายอย่าง เช่น  

  • ต้องทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน
  • ไม่มีโอกาสลาหยุด ลาพัก ลาป่วย 
  • เสี่ยงต่อการสูญเสียเงินออม 
  • ไม่มีเงินเดือนประจำ 
  • กังวลกับเงินเดือน ค่าจ้าง และหนี้ที่ต้องจ่าย 
  • บางครั้งต้องทำงานที่ไม่ชอบ เช่น ทำความสะอาด ทำงานเอกสาร ทำบัญชี            
  • ไม่มีเวลาให้กับครอบครัว เพื่อนฝูง

          – ท่านพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาเหล่านี้หรือไม่ ?

              ถ้าท่านมีงานทำอยู่แล้ว ควรคิดให้รอบคอบในเรื่องความมั่นคง รายได้ปรจำและสวัสดิการที่ได้รับอยู่ การทำธุรกิจอาจก่อให้เกิดความเครียด เพราะท่านจะต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ มากมาย

          - อย่าลืมว่าธุรกิจอาจล้มเหลวได้ และเจ้าของกิจการอาจสูญเสียเงินได้ ด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น  

  • ความละเลยในหน้าที่ของเจ้าของกิจการ โดยไม่ได้บริหารจัดการธุรกิจอย่างเหมาะสม ทำให้เกิดเหตุการณ์ซึ่งนำความเสียหายมาสู่ธุรกิจ
  • มีการโกงหรือถูกขโมย โดยลูกจ้างหรือผู้อื่น
  • ขาดประสบการณ์  ขาดความชำนาญ  ไม่รู้วิธีบริหารจัดกร เงิน คน เครื่องจักร อุปกรณ์ สินค้าคงคลัง ตลอดจนลูกค้า
  • ความรู้และประสบการณ์ไม่สมดุล  เช่น มีความสามารถในการผลิตแต่ขายสินค้าไม่เป็น รู้เรื่องการผลิตแต่ซื้อวัตถุดิบไม่เก่ง รู้เรื่องการตลาดแต่ไม่รู้เรื่องบัญชี
  • ปัญหาการตลาด  มีลูกค้าไม่มากพอ ซึ่งอาจเป็นเพราะสินค้าคุณภาพไม่ดี บริการไม่ดี ไม่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์
  • ปัญหาการให้ซื้อเชื่อและการควบคุมเงินสด เช่น ยอมให้ลูกค้าประวัติไม่ดีซื้อเชื่อ ไม่มีระบบที่เหมาะสมในการเรียกเก็บหนี้ เป็นต้น
  • ค่าใช้จ่ายสูง  ไม่มีการควบคุมดูแลค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าซ่อมแซม เป็นต้น
  • มีสินทรัพย์มากเกินไป  มีสินค้าคงคลัง เครื่องจักร อุปกรณ์ พาหนะมากเกินไป โดยไม่มีเงินสดพอเพียงสำหรับใช้จ่ายประจำวัน
  • ควบคุมสินค้าคงคลังไม่ดี มีสินค้าคงคลังมากเกินไปโดยเป็นสินค้าที่ขายหรือใช้ไม่ได้
  • ทำเลที่ตั้งไม่ดี ตั้งอยู่ในที่คนมองไม่เห็น ไม่มีคนผ่านไปมาหรือไกลจากชุมชน
  • ประสบภัยพิบัติต่างๆ เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ ฯลฯ โดยไม่มีประกันภัย

ปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่แก้ไขได้ด้วยการฝึกฝนและเพิ่มพูนประสบการณ์

——————————————————————————————————-

ท่านไหนมีวิธีการหรือกระบวนแก้ไขอย่างไร มาแบ่งปันกันได้ผ่านหัวข้อนี้นะครับ

ความพึงพอใจของนายจ้าง ด้านความเข้าใจลักษณะงานของผู้สำเร็จการศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจ

Tuesday, October 20th, 2009

ความพึงพอใจของนายจ้าง ด้านความเข้าใจลักษณะงานของผู้สำเร็จการศึกษา สำรวจจากบัณฑิตปี 2551 พบว่านายจ้างพอใจที่นักศึกษาในเรื่องการมีความรู้ ความสามารถเหมาะสมและเพียงพอกับตำแหน่งหน้าที่การงาน ร้อยละ 60, พอใจในเรื่องการให้ความสำคัญและตระหนักในบทบาทหน้าที่ที่ตนเองรับผิดชอบและตรงต่อเวลา ร้อยละ 56.67, พอใจที่สามารถนำความรู้และประสบการณ์มาประยุกต์ใช้กับงานได้ดี ร้อยละ 53.33, พอใจในเรื่องมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาในภารกิจของตนเองได้อย่างรวดเร็ว ร้อยละ 46.67, และคำนึงถึงความสำเร็จของงานที่ได้รับมอบหมาย ร้อยละ 43.33 (ที่มา : สำนักทะเบียนและประมวลผล)

ว่าด้วยเรื่องสวัสดิการ #2 (ความหมายและขอบเขตของคำว่า “สวัสดิการ”)

Friday, October 16th, 2009

ความหมายและขอบเขตของคำว่า “สวัสดิการ”

          ได้มีผู้ให้ความหมายของคำว่า “สวัสดิการ” ต่างๆ กันไป ได้แก่

          1. Welfare (สวัสดิภาพ สวัสดิการ) คือการมุ่งให้เกิดการกินดีอยู่ดี ของบุคคลหรือกลุ่มสวัสดิการทั่วไปของชุมชนหรือสังคม ถือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องจัดให้มีขึ้นเพื่อประโยชน์ร่วมกันของส่วนรวม

          2. สวัสดิการ หมายถึง “การกินดีอยู่ดี” หรือ Well-being ซึ่งถ้าจะขยายความออกไปก็อาจกล่าวได้ว่า คือ ภาวะของการมีสุขภาพดี มีความเจริญรุ่งเรือง และมีความสุข ถ้าเกี่ยวกับด้านแรงงานก็หมายถึง สิ่งหรือสถานการณ์ที่นายจ้างจัดให้เพื่อความสะดวกสบาย หรือความกินดีอยู่ดีของลูกจ้างนั่นเอง ซึ่งการดำเนินการเพื่อให้เกิดภาวะที่มีความสะดวกสบาย หรือความกินดีอยู่ดีของลูกค้านี้ มิได้หมายความว่า เป็นความรับผิดชอบของนายจ้างแต่ฝ่ายเดียว รัฐบาลและสหภาพแรงงานก็ต้องมีส่วนร่วมด้วย

          3. สวัสดิการ หมายถึง บริการ หรือกิจกรรมใดๆ ที่หน่วยงานราชการ หรือองค์กรธุรกิจเอกชนจัดให้มีขึ้นเพื่อให้ข้าราชการ พนักงาน หรือผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่ในองค์กรนั้นๆ ได้รับความสะดวกสบายในการทำงาน มีความมั่นคงในอาชีพ มีหลักประกันที่แน่นอนในการดำเนินชีวิต หรือได้รับประโยชน์อื่นใดนอกเหนือจากเงินเดือน หรือค่าจ้างที่ได้รับอยู่เป็นระจำ ทั้งนี้เพื่อเป็นสิ่งจูงใจให้ผู้ปฏฺิบัติงานมีขวัญและกำลังใจที่ดี เพื่อจได้ใช้กำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญาความสามารถของตนในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ไม่ต้องวิตกกังวล ปัญหายุ่งยากทั้งในทางส่วนตัวและครอบครัวทำให้มีความพอใจในงาน มีความรักงาน และตั้งใจที่จะทำงานนั้นให้นานที่สุด สำหรับสวัสดิการที่สมบูรณ์แบบนั้นย่อมหมายถึง สวัสดิการที่ให้แก่ลูกจ้าง ทั้ง 

  • ในขณะที่ทำงาน (On – the – Job)
  • นอกเวลาทำงานแต่ยังอยู่ในที่ทำงาน (Off – the Job within the workplace)
  • นอกสถานที่ทำงาน (Outside the workplace)  นอกจากนั้นจะต้องไม่ให้เฉพาะลูกจ้างเท่านั้น แต่จะต้องรวมถึงครอบครัวและชุมชนด้วย

ข้อมูลอ้างอิง :  อ.วิทยา  ตันติเสวี (ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์)

……………………………………………………………………………….

ตอนต่อไป จะนำตัวอย่างสวัสดิการภายในและภายนอกสถานที่ทำงานมาฝากกันนะครับ

การเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง #1

Friday, October 16th, 2009

ขั้นตอนที่ 1 ประเมินความพร้อมของตนเอง

          ปัจจัยที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้นั้น ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติส่วนตัวของเจ้าของกิจการมากพอๆ กับทักษะความชำนาญ และฐานะทางการเงิน ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจเริ่มต้นทำธุรกิจของตนเอง ท่านจะต้องพิจารณาตนเองอย่างรอบคอบและตรงไปตรงมา ว่าตัวท่านเหมาะสมกับการทำธุรกิจขอตนเองหรือไม่

           ในขั้นตอนนี้ ท่านจะได้รู้ว่าเจ้าของกิจการที่ประสบความสำเร็จ ต้องมีลักษณะและคุณสมบัติอย่างไร นอกจากนี้ท่านจะได้ลองประเมินตนเองดูว่ามีคุณสมบัตินั้นๆ มากน้อยเพียงใด แต่ก่อนอื่นจะต้องทำความเข้าใจกับกิจการธุรกิจเสียก่อน

ธุรกิจคืออะไร

          ธุรกิจ คือ กิจกรรมที่ดำเนินการโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเพื่อให้เกิดรายได้ โดยมุ่งหวังกำไร ธุรกิจอาจเป็นการผลิตสินค้าเพื่อจำหน่าย การให้บริการ หรือการซื้อสินค้ามาเพื่อขายต่อก็ได้

          เนื่องจากจุดประสงค์ของธุรกิจคือกำไร ฉะนั้นเงินที่เข้ามาสู่ธุรกิจต้องมากกว่าเงินที่ออกจากธุรกิจ ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจะมีวงจรของการซื้อวัตถุดิบ การผลิตและการขาย หมุนเวียนต่อเนื่องไปเช่นนี้เรื่อยๆ

ธุรกิจ หมายถึง การสร้างมูลค่าเพิ่ม

          ในแง่หนึ่ง การทำธุรกิจ หมายถึง การทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม แล้วทำกำไรจากมูลค่าเพิ่มนั้นๆ เช่น การนำเอาผ้าจำนวน 1.5 เมตร ราคา 75.- บาท มาตัดเป็นเสื้อ 1 ตัว ซึ่งมีมูลค่าถึง 120.- บาท นั่นคือ ทำให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง (120-75 =) 45.- บาท และหลังจากหักค่าแรงงานและค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ค่าไฟฟ้า ค่าเช่า ฯลฯ) ทำให้เหลือเป็นกำไรตัวละ 25.- บาท เป็ต้น

          ผ้า 1.5 เมตร ราคา 75.- บาท –> เสื้อสำเร็จรูป 120.- บาท = มูลค่าเพิ่ม 45.- บาท

          หัก ค่าใช้จ่ายต่างๆ 20.- บาท :: มีกำไร 25.- บาท

———————————————————————————–

นี่ก็เป็นตัวอย่างในการเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง แล้วความท้าทายในการเริ่มต้นธุรกิจ จะเป็นอย่างไรบ้าง สามารถติดตามได้ในตอนต่อไปครับ

นักบัญชี…..เพื่อนซี้…..ยันป้าย (ประโยคนี้โดน จริง ๆครับ)

Thursday, October 15th, 2009

ผมพิบูลย์ ศิษย์เก่าโยนก ขอเป็นส่วนหนึ่งของ YONOK Blog นะครับ

จากเด็กนิเทศศาสตร์ปี 1 มาเป็นเด็กบริหารฯ ปี 2 และจบการสาขาการบัญชีในที่สุด ชีวิตในวันนี้ก็วนเวียนอยู่ในสายงานบัญชีมาตลอด สนุก เหนื่อย เติบโต มั่นคง แข็งแรง ก็เพราะวิชาชีพนี้หละครับ

พอดีผมไปอ่านคอลัมภ์ นักบัญชี…..เพื่อนซี้…ยันป้าย ของหนังสือโลกวันนี้รายวัน เออใช่นะ นักบัญชีเป็นคู่ซี้ของผู้บริหารจริง ๆ ทุกวันนี้ก็ยุ่งอยู่กับแต่กับนาย และก็นาย เมื่อก่อนตอนทำงานอยู่ที่ IBM ผมสังเกตเห็นว่า ผู้บริหารคนไหนที่มีศักยภาพที่จะเป็น MD บริษัทก็จะส่งไปอบรมสำนักงานใหญ่ที่อเมริกา กลับมาไม่นานก็ได้ promote เป็น CFO และก็ไม่นานเช่นกัน ก็ได้ promote เป็น MD

ก็ต้องยอมรับนะครับวิชาชีพบัญชีเป็นอาชีพหนึ่งที่มีงานรับรองสูง แต่ก็มีความกดดันในงานสูงเช่นกันครับ นักบัญชีมืออาชีพ ก็ต้องเป็นผู้มีความรู้ ทั้งงานบัญชี การเงิน กฎหมาย ภาษี รายละเอียดของธุรกิจที่บริษัทประกอบกิจการ เพราะผลลัพธ์ทางธุรกิจ จะถูกแสดงในรูปของตัวเลข หรืองบการเงินนั่นเอง  และคนที่จะต้องตอบคำถามเป็นคนแรก ๆ จากผู้บริหาร ก็คือ นักบัญชี (กดดันไม๊คร๊าบ) เพราะฉะนั้น นักบัญชี จึงเป็นผู้ที่จะต้องรอบรู้ในธุรกิจที่บริษัททำอยู่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ถ้าเรามองในมุมกลับกัน นักบัญชีนั่นแหละครับเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ เพราะเป็นหน่วยงานเดียวที่จะต้องเข้าใจในธุรกิจอย่างลึกซึ้ง เพื่อที่จะวิเคราะห์ที่มาที่ไปของตัวเลขได้

ประสบการณ์ที่ผ่านมาในหลายธุรกิจ IT, Manufactory, Consumer product, Supply Chain และปัจจุบันทำงานอยู่ในธุรกิจ Oil & Gas แต่ละธุรกิจมี Key Success Factor ที่แตกต่างกัน แต่นักบัญชีสามารถประยุกต์ ศาสตร์ที่เป็นวิชาชีพของตัวเองให้เข้ากับธุรกิจที่เราทำอยู่ได้ หรือแม้แต่คนที่เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวถ้ามีความรู้ความเข้าใจในงานบัญชีแล้วหละก็ธุรกิจก็ เงินที่บริษัทหามาได้จะไม่มีทางรั่วไหลเลยครับ

ถึงแม้หน่วยงานบัญชีจะไม่ใช่เป็นหน่วยงานที่หารายได้ให้กับบริษัทฯ แต่ก็เป็นหน่วยงานที่ป้องกันไม่ให้เงินของบริษัทรั่วไหลโดยไม่มีประโยชน์ บางครั้งก็ช่วยบริษัทลดค่าใช้จ่าย เช่น การวางแผนภาษี, การต่อรองดอกเบี้ยกับธนาคาร เป็นต้น

 

Phiboon Buakhunngamcharoen            

Group Financial Controller                                                 BA (accounting), Yonok # 5

Mermaid Drilling Ltd                                                             MBA (Finance), NIDA – Flex # 4

                                                                                                        EDP, Thammasat University

เตรียมสอนอีเลิร์นนิ่งตามแผน KM

Thursday, October 15th, 2009
ภาพครูมูเดิ้ล ภาพครูมูเดิ้ล ที่ 2 จากซ้าย คือ ดร.ไพฑูรย์ ศรีฟ้า ส่วนขวาสุดคือ อ.ทนงศักดิ์ เมืองฝั้น

15 ต.ค.52 เตรียมสอนมูเดิ้ล (moodle) ทำให้พบข้อผิดพลาดในเว็บสอนมูเดิ้ลเดิมหลายจุด และขาดรายละเอียดสำคัญที่จะใช้บรรยายในวันที่ 19 ต.ค.52 ร่วมกับ อ.ทนงศักดิ์ เมืองฝั้น ส่วนหนึ่งที่ปรับปรุงคือเพิ่มภาพถ่ายของวิทยากรคู่ที่จะร่วมนำเสนอทฤษฎีเกี่ยวกับอีเลินนิ่ง วัตถุประสงค์ของการอบรมอีเลินนิ่งครั้งนี้ คือ 1) เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบบริหารจัดการเรียนรู้ (Learning Management System: LMS) และสามารถประยุกต์ใช้ ในระบบการจัดการเรียนการสอน 2) เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถสร้างและนำเสนอบทเรียนสำหรับ E-learning ด้วยตนเองและใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในระบบบริหารจัดการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น 3) เพื่อสร้างเครือข่ายสังคมการเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน
     กิจกรรมการอบรมอีเลินนิ่ง 1 วัน ประกอบด้วย 1)บรรยายความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอีเลินนิ่ง 2)สมัครเข้าเป็นสมาชิกของระบบ 3)ฝึกใช้งานระบบในบทบาทนักเรียน 4)ฝึกนำเอกสารเข้าสู่ระบบในฐานะครู ทำกิจกรรม และการประเมินการเรียนรู้ด้วยแบบทดสอบ ตามแผนการจัดการเรียนรู้ 5)สร้างเครือข่ายครูผู้พัฒนาอีเลินนิ่งมหาวิทยาลัยโยนก 6)เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการจัดการความรู้ระดับมหาวิทยาลัย
+ http://www.thaiall.com/e-learning/moodle.htm
+ http://class.yonok.ac.th

ร่าง นโยบายด้านระบบฐานข้อมูล

Wednesday, October 14th, 2009

14 ต.ค.52 ประชุมทำความเข้าใจ การประกันคุณภาพการศึกษาตามเกณฑ์ สกอ. ได้รับมอบหมายจาก ผศ.ดร.จินดา งามสุทธิ  อธิการบดีและวิทยากร ให้เขียนสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ ยกร่างนโยบายด้านระบบฐานข้อมูล จึงสืบค้นข้อมูลจากหลายองค์กร และอ้างอิงจากคู่มือประกันคุณภาพ เป็นแนวในการเขียน แต่ก็ยังต้องตรวจสอบร่วมกับทีมงานคือ คุณอนุชิต คุณธรณินทร์ และคุณอรรถชัย ว่าที่ยกร่างมานี้จะผ่านความเห็นชอบร่วมกันหรือไม่ โดยมีข้อความดังนี้
     มหาวิทยาลัยโยนกมีนโยบายด้านระบบฐานข้อมูล คือ ให้บริการสารสนเทศแก่บุคลากร นักศึกษา และบุคคลทั่วไป เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ และให้บริการสารสนเทศด้านการบริหารจัดการ การเรียนการสอน และการวิจัย ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย โดยผู้ใช้บริการมีความพึงพอใจต่อการใช้งานสารสนเทศที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งกำหนดให้มีระบบฐานข้อมูล ดังนี้

1. ระบบฐานข้อมูลงานวิจัย (4.1.2)
2. ระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหาร (7.5)
3. ระบบฐานข้อมูลเพื่อการเรียนการสอน (7.5)
4. ระบบฐานข้อมูลทางการเงิน (8.1.3)
5. ระบบฐานข้อมูลทรัพยากร (8.2)
6. ระบบฐานข้อมูลการประกันคุณภาพ (9.1.6)

แหล่งอ้างอิง
+ http://it.yonok.ac.th/doc/oit/center_policy.doc
+ http://www.tisi.go.th/thai/qms_policy.html
+ http://www.unionpioneer.co.th/code/profile_t3.html
+ http://www.chaiyaboon.com/TH/Tservice.html
+ http://www.human.nu.ac.th/nweb/about/plan.php
+ http://www.bjclogistics.co.th/th/company_quality.php
+ http://sot.swu.ac.th/CP342/Lesson12/cs1t1.htm
+ http://www.yonok.ac.th/sar/

คุณรู้หรือไม่ว่า Google Chrome Operating System หรือ Google Chrome OS คืออะไร

Wednesday, October 14th, 2009

google-chrome-os

ผมได้มีโอกาสได้อ่านบทความหนึ่งน่าสนใจมาก ๆ เพราะผมเองเป็นคนที่นิยม Open Source หรือที่หลาย ๆ คนเรียกว่าโปรแกรมฟรี และอีกส่วนหนึ่งเป็นคนที่ชอบของใหม่ครับ เพราะทำให้เราได้ใช้อะไรก่อนคนอื่น หรือ หนูลองยาครับ พอดีเห็น google ได้ออก Open Source ที่เริ่มพัฒนาจนกลายเป็นระบบปฎิบัติการ ให้ หนูลองยาทั้งหลายได้มีโอกาสได้ใช้งานกันครับ ชื่อว่า Google Chrome OS เลยอยากจะเชิญชวนกันเพื่อที่เราจะได้เป็นส่วนหนึ่ง หรือให้เรานั้นรู้ถึงข่าวสารของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ครับ
Google Chrome Operating System หรือ Google Chrome OS คือผลงานล่าสุดจาก Google ที่ช่วยให้ บรรดา User สาวก Google ทั้งหลาย ได้มี OS เจ๋ง ๆ เอาไว้ใช้งานบนเครื่อง PC ซึ่ง Google Chrome OS นี้ถือเป็นภาคต่อล่าสุดของ Chrome Browser
Google Chrome OS เป็น Open Source ที่มีขนาดเบาไม่หนักและรกเครื่องเหมาะสำหรับ Notebook Spec ต่ำๆเช่นพวก Netbook ทั่วไปโดย กูเกิลคาดว่าภายในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2010 จะปล่อย Google Chrome OS ออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการgoogle-chrome-os-300x264

มารู้จักกับ Google Chrome OS และแนวคิดจาก Google

Concept ของ Google Chrome OS ที่ กูเกิลได้วางไว้คือจะต้องมีความเรียบง่าย ทำงานได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ปราศจาก Virus Computer และ Mulware ต่างๆ และที่สำคัญด้าน User Interface ของ OS ต้องคงความเป็น Google เอาไว้คือ เรียบสุดๆ ไม่มีอะไรมารกหน้าจอ2874749029_d8cda4531d

Google ตั้งเป้าเอาไว้ว่า ความสามารถของ Google Chrome OS จะทำให้ผู้ใช้งานเปิด Web ปุ๊บ ติดปั๊บ อยาก Check Mail เหรอ ง่ายมาก Click ปุ๊บ Mail มาปั๊บ หรือเวลาจะต่ออุปกรณ์อื่นๆเข้ากับ Computer ก็ไม่ต้องเสียเวลาติดตั้งหลายนาที ประเภทเสียบปุ๊บ ติดปั๊บเลย พูดง่ายๆ คือ Concept คือ อยากให้ทุกคนรู้สึกเหมือน Computer ของตัวเองทำงานได้เร็วอยู่ตลอดเวลา เร็วเหมือนตอนซื้อเครื่องใหม่ ๆ ไม่ใช่แบบที่พอเราติดตั้ง Program อะไรลงไปมากเข้าๆ ก็พาลจะทำงานช้าลงๆ
Google Chrome OS ทำงานบน X36 และ ARM Chips และขณะนี้ทีมพัฒนาได้ทำการทดสอบกับ OEMS ต่างๆเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพกับ Netbook ที่จะออกมาในช่วงปี 2010 นี้ โดยใช้ระบบปฏิบัติการที่มีรากฐานจาก Linux Kernal และสามารถรองรับพวก Web-Base Application ต่างๆGoogle Chrome OS กับ Android ต่างกันอย่างไร

android

บางคนสับสนว่าแล้ว Google Chrome OS กับ Android ต่างกันอย่างไร ง่ายๆเลยคือ Android ถูกสร้างมาเพื่อใช้งานกับเครื่องมือที่มีสเป็คต่ำๆเช่น โทรศัพท์หรือ NetBoook ที่มี Specification ไม่สูงซึ่งต่างกับ Google Chrome OS ที่ถูกสร้างมารองรับ Computer ตั้งแต่ netbook ไปจนถึง Desktop เพื่อให้มีการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าและรวดเร็วกว่าChrome OS Google VS Microsoft

google-windows_1439540c

Chrome OS ระเบิดลูกใหญ่ที่จะหล่นใส่ Microsoft – 96% ของเน็ตบุ๊กตอนนี้ใช้ Windows XP ดังนั้นการมาของ Chrome OS จึงเป็นเรื่องใหญ่ในตลาดเน็ตบุ๊กของ Microsoft อีกทั้งถ้ามองเผินแล้ว เน็ตบุ๊กดูจะเหมาะกับ Chrome OS มากกว่าซะอีก เพราะ 2 เรื่องหลักๆคือ XP มันมีมานานแล้ว ทำให้มีการเพิ่มเติมส่วนประกอบอื่นๆเข้าไปมากเพื่อแก้ไขจุดบกพร่อง และแน่นอนมันทำให้ช้าลง และอีกเรื่องหนึ่งคือ Chrome OS นั้นทำมาดูเหมือนจะเบาหวิว เพราะใช้งานบนพื้นฐาน Web-base เสียหมด ดังนั้นจึงกินทรัพยากรน้อยมากๆ เป็นเหตุให้ Microsoft ต้องหันมาจับตาดู Chrome OS ให้ดีดีทีเดียว

CRM คืออะไร ใครรู้บ้าง

Wednesday, October 14th, 2009

CRM คืออะไร

     CRM หรือ Customer Relationship Management หรือเรียกว่าการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ ซึ่งก็คือการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยการใช้เทคโนโลยีและการใช้บุคลากรอย่างมีหลักการ เพื่อเพิ่มระดับการให้บริการแก่ลูกค้า สร้างความเข้าใจในความต้องการของลูกค้า รวมทั้งตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ และการบริการ

ระบบการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ที่ดีช่วยอะไรคุณได้บ้าง

  • เก็บข้อมูลลูกค้า และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลโดยทันที ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการออกแบบสินค้า หรือบริการ รวมทั้งการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด
  • สามารถให้บริการที่ยอดเยี่ยมแก่ลูกค้า เช่น การปรับแต่งการให้บริการที่เหมาะสมกับลูกค้า การตอบข้อซักถาม หรือส่งสินค้าและบริการถึงมือลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว เป็นต้น
  • สามารถระบุกลุ่มลูกค้าที่สร้างผลกำไรสูงสุดให้แก่องค์กรได้แม่นยำ และมุ่งความสนใจไปยังลูกค้ากลุ่มนี้ ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงธุรกิจที่ไม่สร้างผลกำไร
  • ลดค้าใช้จ่ายในการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า หรือการสร้างรายงาน