Archive for February, 2010

ความทุกข์จากความรัก

Tuesday, February 16th, 2010

 

การลงมือปฏิบัติจนพบว่าการอด มิใช่ทางออกเสมอไป

 16 ก.พ.53 คำว่า action = reaction เมื่อใช้เวลากับอะไรสักอย่าง เช่น 1) ให้เวลากับเพื่อนก็ย่อมต้องการให้เพื่อนรัก 2) ให้เวลากับองค์กรก็ย่อมต้องการเห็นองค์กรรุ่งเรือง 3) ให้เวลากับการดูแลตนเองก็ย่อมรักตัวกลัวตาย 4) ให้เวลากับสิ่งใดก็ย่อมคาดหวังผลจากสิ่งนั้น 5) ชื่นชอบกับการกินเนื้อสัตว์ก็ย่อมต้องฆ่าสัตว์เป็นเงาตามตัว .. ถ้าลดอาหารลงสักมื้อสองมื้อ น่าจะลดการฆ่าสัตว์ลงได้ร้อยละสามสิบถึงหกสิบทีเดียว .. มีคำกล่าวว่าเราหยุดแล้วแต่ท่านยังไม่หยุด .. จึงมีคำถามน่าตอบว่า แล้วเราหยุดอะไรไปบ้างหรือยัง เพื่ออะไรต่อมิอะไร
     ปัจจุบันพฤติกรรมของมนุษย์สามารถจำแนกตามเป้าหมายของความสัมพันธ์ได้ 8 แบบ คือ ตนเอง ครอบครัว องค์กร เพื่อน ชุมชน ประเทศ โลก และธรรมชาติ การจัดลำดับความสำคัญคือสิ่งที่มนุษย์ต้องเลือก และมีเหตุผลในการเลือกแตกต่างกันไป แต่เท่าที่สังเกตมนุษย์ให้เหตุผลในการเลือกแตกต่างกัน เช่น 1) บางคนดื่มสุราโดยไม่สนใจผลข้างเคียงต่อร่างกาย 2) บางคนรักเพื่อนไปอยู่กับเพื่อนแต่ทิ้งลูกภรรยาและบุพการีไว้ที่บ้าน 3) บางคนทิ้งครอบครัวเดิมไปมีครอบครัวใหม่ 4) บางคนทิ้งครอบครัวไปทำงานในที่ห่างไกล 5) บางคนมองต่างประเทศเป็นสวรรค์เป็นฝันสูงสุดในบั้นปลายของชีวิต .. และผมก็เชื่อว่าทุกคนต่างไม่ผิดแต่ความคิดเราต่างกัน
     อย่างเช่นคนสองกลุ่มที่เชื่อในหลักนิติศาสตร์ กับหลักรัฐศาสตร์ มักคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะมีธงกันคนละผืน นิติศาสตร์จะให้ความสำคัญกับความถูกต้อง ส่วนรัฐศาสตร์จะให้ความสำคัญกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่เห็นไม่ตรงกันก็เพราะรักและเชื่อกันคนละด้าน แต่ละคนย่อมมีเหตุผล และจมอยู่ในเหตุผลที่ยึดถือ ถ้าปล่อยวาง ปล่อยให้เป็นไป ปล่อยเกียร์ว่าง วางเฉย อาจทำให้ทุกสังคมที่มีความขัดแย้งสงบลงได้ .. ถ้าไม่สงบก็จะมีปัญหาเหมือนข่าวในทีวี

ปั้นฝัน คืออะไร

Monday, February 15th, 2010
ปั้นฝัน โดย คนปั้นฝัน

ปั้นฝัน โดย คนปั้นฝัน

15 ก.พ.53 โครงการปั้นฝัน คือโครงการสำหรับนักเรียน ที่กำลังหาสถานที่ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา สิ่งที่มีให้สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการปั้นฝัน ประกอบด้วย 1) จัดบริการรับส่งนักศึกษาจากภูมิลำเนา ถึงมหาวิทยาลัย และจากมหาวิทยาลัยกลับสู่ภูมิลำเนา ภาคเรียนละ 1 รอบ (กรณีนักศึกษาร้องขอเป็นกลุ่ม ๆ ละ 10 คน ขึ้นไป) 2) จัดกิจกรรมอบรมเพื่อพัฒนาด้านความคิด ทัศนคติ และการปรับตัวแก่นักศึกษาเมื่อแรกเข้า 3) กู้ยืมค่าใช้จ่ายแต่ละภาคเรียนได้ 100% ทุกคณะ ทุกสาขา 4) มีค่าครองชีพรายเดือน จำนวน 2,000 บาท 5) จัดแนะแนวการลงทะเบียนเรียนในแต่ละหลักสูตร 6) จัดอาจารย์ที่ปรึกษาให้แก่นักศึกษา ตั้งแต่เริ่มเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย 7) จัดหาที่พักในมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 8) จัดหาเครื่องแต่งกาย (ชุดนักศึกษา ชุดกีฬา) ให้นักศึกษาปีละ 3 ชุด
     คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย 1) เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 3 2) เป็นผู้ที่มีความประพฤติดีมีความตั้งใจ และอุตสาหะในการเรียนระดับปริญญาตรี 3) เป็นนักเรียนที่มีสิทธิในการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาของรัฐบาล
     หลักเกณฑ์และเงื่อนไขมีดังนี้ 1) สมัครเป็นผู้กู้ยืมเงินทุนเพื่อการศึกษาในอัตราที่มหาวิทยาลัยโยนกกำหนด 2) มีความตั้งใจ และมีความอุตสาหะในการเรียนอย่างเต็มกำลัง 3) ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00  4) ต้องร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของที่กำหนดขึ้น 5) พักในหอพักที่จัดให้ 6) มีความประพฤติดี
+ รายละเอียดอาจเปลี่ยนแปลงได้  โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง
+ ข้อมูลจาก http://blog.eduzones.com/punfun/40546
+ สมัครได้ที่ http://www.yonok.ac.th/yonok53/hope-apply.php
+ รายละเอียด http://www.yonok.ac.th/yonok53/hope-index.php
+ สอบถามข้อมูลได้จาก งานประชาสัมพันธ์และรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยโยนก โทร 054-265170 ต่อ 135

ค้น การแต่งงาน จาก google.com

Monday, February 15th, 2010
อร กับ รินทร์

อร กับ รินทร์

14 ก.พ.53 ลองเข้า google.com แล้วค้นคำว่า ประสบการณ์การแต่งงาน เมื่อคลิ๊กเข้าไปก็พบภาพของคุณศรีอร กับคุณสุรินทร์ เพื่อนร่วมงานของผม แต่งงานที่บ้านในตำบลบ่อแฮ้ว อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง คุณอรสังกัดคณะสังคม ส่วนคุณสุรินทร์เคยสังกัดศูนย์หนังสือ สำหรับภาพนี้พบว่าคุณศรีอร มีความสุข ส่วนคุณสุรินทร์ก็จะดูสุขุมเยือกเย็น หล่อเข้มมาดพระเอกในชุดไทยประยุกต์ ภาพที่เหลือก็จะพบว่าบุคลากรไปร่วมงานกันคับคั่ง ผมไปสายไปนิดจึงไม่ได้ร่วมผูกข้อไม้ข้อมือ แสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว .. มิตรเก่าหลายท่านก็กลับมาพบกัน มาพูดคุยกัน สังสรรค์กันอีกครั้ง นี่เป็นบรรยากาศการแต่งแบบไทย + ฝรั่ง เพราะเห็นมี fruit buffet วางตามมุมบ้าน ทันสมัยนะครับงานนี้ .. ผู้ใหญ่ก็ไปร่วมหลายท่าน ทั้งคณบดี อดีตคณบดี อดีตผู้ช่วย กำนัน นายกอบตบ่อแฮ้ว รักษาการนายกอบตทุ่งฝาย ประธานสภาทำหน้าที่เป็นพิธีกรครับ .. ที่แน่ ๆ เห็นลูกศิษย์ขึ้นไปถือไมค์ ผมรีบหยิบกล้องแทบไม่ทัน .. เป็นที่ระลึก
+ http://www.facebook.com/album.php?aid=147946
+ http://www.thaiabc.com/marry.htm

24 ชั่วโมงของการเดินทาง

Saturday, February 13th, 2010

ผมเดินทางกลับจากฝรั่งเศสถึงลำปางแล้ว ใช้เวลา 24 ชั่วโมงเต็มๆ กับความทุลักทุเลสุดๆ เกือบต้องนอนค้างคืนต่อที่ Lyon อีก 1 คืน หรือไม่ก็ต้องค้างที่สนามบิน Vienna ประเทศออสเตรีย เนื่องจาก Flight delay จากหิมะที่ตกตลอดช่วงนี้ หนาวแทบถึงกระดูก ที่สนามบิน Lyon ไม่ยืนยันว่าจะได้เดินทางหรือไม่ เสียเวลาไปจากกำหนดเดิมกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง จึงได้เริ่มเดินทาง และเป็นครั้งแรกที่นั่งเครื่องบินลำเล็กจาก Lyon ไป Vienna ด้วยการทำความเร็วที่มากกว่าปกติ เครื่องบินถึง Vienna ช้ากว่ากำหนด 1 ชั่วโมง 15 นาที ทันทีที่ไปถึงเวียนนาต้อง วิ่ง 100 เมตร (ได้เพื่อนใหม่ชาวฝรั่งเศสชื่อ Alain ที่จะไปกรุงเทพฯ ด้วยกัน) จึงเป็น 2 คนสุดท้ายบนเครื่อง ผู้โดยสารทุกคนอยู่บนเครื่องหมดแล้ว แต่ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีอยู่บ้าง ที่สายการบิน Upgrade ให้ที่นั่ง Business Class (เหมือนจะเป็นการขอโทษที่ Flight Delay จาก Lyon) เครื่องเตรียมจะออกทันที ปรากฏว่าเกิด Technical Problem กัปตันแจ้งว่า ต้อง Delay ต่อไปอีก 1 ชั่วโมงกว่าๆ ทำให้ถึงเมืองไทยช้ากว่ากำหนด 2 ชั่วโมง รีบวิ่งจี๋ไป Immigration และรับกระเป๋า เพื่อต่อเครื่องไปเชียงใหม่ (ขนาดเผื่อเวลาไว้แล้ว 3 ชั่วโมงครึ่ง) รอจนกระเป๋าใบสุดท้าย ไม่มีกระเป๋าเรา ต้องรีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่สายการบิน เพื่อให้เขาส่งต่อมาให้ที่ลำปาง ตัวเองต้องรีบวิ่ง 100 เมตร เพื่อมา Check in ไปเชียงใหม่อย่างด่วน เพราะเหลือเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ระยะทางไปถึง Gate กว่า 1 กิโลเมตร จากซ้ายสุดไปขวาสุดของสนามบินสุวรรณภูมิ เหนื่อยสุดๆ ปรากฏว่าเหลือเวลาแค่ 5 นาที ก่อนเครื่องออก แต่กระนั้นยังไม่พอ กัปตันแจ้งว่า ต้องเสียเวลารอชาวต่างชาติที่ต่อเครื่องมาจากต่างประเทศในลำเดียวกันอีก 1 ชั่วโมงครึ่ง ทุลักทุเลสุดๆ ครับ ถือเป็น “ประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำ″ ครั้งหนึ่งของชีวิต และหวังว่าจะไม่ได้เจออีกแล้ว จะประทับใจก็เรื่องเดียวคือ Business Class บริการสุดยอดจริงๆ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ที่นั่งใหญ่ ปรับนอนราบได้ ถือเป็น “ประสบการณ์ที่ต้องเรียนรู้” จะได้โอกาสแบบนี้อีกคงยากแล้ว แต่ถึงตอนนี้ ผมยังไม่ได้กระเป๋าเลย

bynoir 2549 และ 2548

Thursday, February 11th, 2010
ภาพจาก bynior ปีก่อนก่อนนู้น

11 ก.พ.53 เคยถ่ายภาพนักศึกษาร่วมงาน bynior เป็นที่ระลึก หลักจากนี้อีกสิบปีจะได้มีหลักฐานให้ชวนระลึกแสดงว่าพวกเขาเคยมีตัวตนจริงอยู่บนโลกนี้ อยู่ในมหาวิทยาลัยโยนก อยู่ในจังหวัดลำปาง ร่วมกับเพื่อน พี่ น้องและอาจารย์ เห็นใบหน้าเปื้อนฝุ้นสีขาวที่ยิ้มแย้มแจ่มใจ โชว์สิ่งที่ใครต่อใครอยากมอง ก็ชวนให้ประทับใจ จึงส่งเข้า facebook  แบ่งปั้นให้พี่น้องร่วมสถาบันได้ชื่นชม ในปีพ.ศ.2553 วันที่ 12 ก.พ.53 มีการจัดงาน bynior ขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมไม่มีโอกาสไปร่วมเก็บภาพประทับใจหรือแสดงความยินดีกับพี่ปี 4 ที่กำลังจะลารั้วสถาบันออกไปเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง เพราะติดภารกิจกตัญญู ต้องไปไหว้ตรุษจีนและนอนบ้านแม่ที่ต่างอำเภอกับครอบครัว
     กำหนดการวันปัจฉิมนิเทศที่พอทราบ คือ งานเริ่มรับลงทะเบียนพี่บัณฑิต ตอน 12.00น. มีการบรรยายพิเศษโดย ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ เพื่อให้นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มีความรู้ความเข้าใจ และพร้อมออกไปเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง ตอนเย็นจะมีงานเลี้ยงพี่ปีสี่ และมีรุ่นน้องเข้าร่วมฉายภาพเป็นที่ระลึก ก่อนจะอำลากันไปคนละทิศละทาง และได้พบกันอีกครั้งเมื่อบุญพาวาสนาส่งจนได้พบกันในโอกาสต่อไป .. ขอให้ทุกคนมีความสุขตามกระแสเวลาที่กำลังไหลอย่างค่อยเป็นค่อยไป
http://www.facebook.com/album.php?aid=147094
+ http://www.facebook.com/album.php?aid=147102

แปลงเลขอารบิกเป็นเลขไทย

Wednesday, February 10th, 2010

 

การแปลงเลขอารบิกเป็นเลขไทยด้วย macro

 10 ก.พ.53 เรื่องนี้ควรเขียนเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ เพราะ ผศ.ดร.จินดา งามสุทธิ ท่านอธิการบดี รณรงค์ให้ใช้เลขไทยในบันทึกข้อความ แต่ความไม่ชินและความมักง่าย ทำให้ผมเลือกใช้วิธีแปลงเลขอารบิกด้วยการ replace ถึง 10 ครั้ง เพื่อเปลี่ยนตัวเลขทีละตัว แต่ถ้าให้อัตโนมัติก็จะเข้าไปกำหนดใน autocorrect สำหรับแต่ละตัวเลข แต่ใช้ได้กับเลขหลักเดียว ก็ช่วยได้เพียงระดับหนึ่ง (วันนี้ผมเคลียร์งานเขียนแผน km ของมหาวิทยาลัยล้อกับโครงการอบรมประกันฯของ อ.ศศิวิมล แรงสิงห์ เสร็จเร็วกว่าที่คาด) จึงคิดว่าถึงเวลาที่ไม่ควรผลัดวันประกันพรุ่งอีกต่อไป เมื่อศึกษาวิธีการแทนที่ตัวเลขด้วย macro ที่เขียนแบบใช้ใน word กับ excel เผยแพร่ใน thaiall.com/vb  เพราะ macro ใช้ visual basic script ใน module สำหรับการประมวลผล
     แหล่งเก็บ macro มี 2 แบบคือ ใน normal หรือ ใน document ถ้าเป็นแบบใน document เมื่อสร้างเอกสารก็จะติดเอกสารไป เปิดเอกสารใหม่จะไม่พบ macro เดิม แต่ถ้าเป็นแบบใน normal จะมี macro ติดอยู่ใน template ของ word ทำให้เปิด word แล้วเรียกใช้ macro ได้ทุกครั้ง สำหรับวิธีสร้างและใช้ macro นั้นเริ่มต้นด้วยการคัดลอกโค้ดไปใส่ใน module ของ macro แล้วสั่ง run ใน macro เมื่อต้องการเปลี่ยนตัวเลขทั้งหมดเป็นเลขไทย ซึ่งโค้ดได้สั่งแทนที่ทั้ง 10 ตัวอักษรเป็นเลขไทยอัตโนมัติ การนำไปใช้สำหรับ word กับ excel ต่างกันเล็กน้อย ถ้านำไปใส่ไม่ได้ โปรดติดต่อช่างเทคนิคใกล้บ้าน เพราะส่งเข้า word ครั้งเดียว แต่ใช้งานได้ตลอดไป .. ต่อไปผมก็จะเริ่มใช้แล้ว เพราะ replace 10 ครั้ง ไม่ดีแน่

source code : macro of word

Sub arabictothai()
  For i = 0 To 9
  With Selection.Find
      .Text = Chr(48 + i)
      .Replacement.Text = Chr(240 + i)
      .Wrap = wdFindContinue
  End With
  Selection.Find.Execute Replace:=wdReplaceAll
  Next
End Sub

source code : macro of excel

Sub arabictothai()
  For i = 0 To 9
  Cells.Replace What:=Chr(48 + i), Replacement:=Chr(240 + i)
  Next
End Sub

เป้าหมายการทำงาน ปี 2553

Monday, February 8th, 2010

eiifel
การทำงานจำเป็นต้องมีเป้าหมาย คงไม่มีใครคัดค้าน ปีนี้ผมอยากทำตามเป้าหมายใน 3 ด้าน ดังนี้
1. เป้าหมายขององค์กร
2. เป้าหมายของคณะ
3. เป้าหมายของตนเอง

เป้าหมายแรก คือ งาน KM ของมหาวิทยาลัยที่รับผิดชอบอยู่ แต่คงต้องกลับไปคุยกับผู้เกี่ยวข้องและคณะกรรมการกันใหม่
เป้าหมายที่สอง คือ รับผิดชอบงานสอน 1-2 รายวิชา (มั๊ง) งานวิจัย 3 ชิ้น (เดิม 2+ใหม่ 1) ที่กำหนดไว้แล้วในแผนพัฒนาคุณภาพของคณะ รวมถึงโครงการส่งเสริมงานวิชาการนักศึกษาสู่เวทีระดับชาติ และ/หรือนานาชาติ และโครงการการจัดการความรู้เรื่อง “การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ”
สำหรับเป้าหมายที่สาม ผมตั้งใจทำงานวิจัยที่มีคุณภาพสัก 1 ชิ้น สำหรับไว้ใช้ประกอบการขอตำแหน่งทางวิชาการ ปรับปรุงเอกสารประกอบการสอนเดิม 1 วิชา และสร้างรายวิชา e-Learning อีก 1 รายวิชา และถ้ามีเวลา อยากทำงานบริการสังคม โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส อยากทำมาก เช่น สอนหนังสือให้เด็กๆ ในชุมชน ฯลฯ

ปี 2552 ผมเหนื่อยมากจริงๆ ครับกับการเรียนปริญญาเอก

พวกเราทุกๆ คนในโยนก ตั้งเป้าหมายกันไว้อย่างไรบ้างครับ

รง.ประชุม KM กิจกรรมที่ 2 บ่งชี้ความรู้

Sunday, February 7th, 2010

 

ผู้ร่วมกิจกรรมที่ 2 ตามขั้นตอน km ของ กพร.

 7 ก.พ.53 ได้รับมอบหมายจาก อ.อติชาต หาญชาญชัย และ อ.วิเชพ ใจบุญ ให้ร่วมกับ คุณพัชรินทร์ สันสุวรรณ จัดประชุมและเชียนรายงาน “โครงการสนับสนุนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ” กิจกรรมที่ 2 ตามแผนการจัดการความรู้ ปีการศึกษา 2552 ห้อง 1204 วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2553  เวลา  15.00 – 17.00 น. ซึ่งจะเป็นหลักฐานแสดงร่องรอยการจัดการความรู้ของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างร่างรายงานในส่วนของแจ้งเพื่อทราบแบ่งเป็น 3 เรื่องคือ ที่มา กิจกรรมตามแผน แนวทางที่เป็นความรู้จากคู่มือของสกอ.
     สำหรับประเด็นบ่งชี้ความรู้จากแต่ละบุคคล ถูกแบ่งเป็น 5 เรื่อง คือ 1) การบ่งชี้เรื่องความเป็นมา และเป้าประสงค์ของวิชา 2) การบ่งชี้เรื่องประเด็นมาตรฐานหรือแนวทางของโครงงาน 3) การบ่งชี้เรื่องประเด็นมาตรฐานการให้คะแนนสำหรับแต่ละแนวทาง 4) การบ่งชี้เรื่องประเด็นสารสนเทศที่ควรตกลงร่วมกัน 5) การบ่งชี้เรื่องประเด็นปัญหาอยากหาทางแก้ไข แล้วปิดรายงานด้วยสรุปผลการบ่งชี้ความรู้ที่จะนำไปใช้ต่อในกิจกรรมต่อไป
     ในรายงานการประชุมกิจกรรมที่ 2 นี้มีแผนทำรายงานที่มีหัวข้อย่อยแบ่งไปตามการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากแต่ละท่าน อาทิ หัวข้อที่หนึ่งมีตอนหนึ่ง อ.วิเชพ ใจบุญ ชวนให้ในเวทีแลกเปลี่ยนเรื่องเป้าประสงค์ของวิชา แล้ว อ.ศศิวิมล  แรงสิงห์ เสนอว่า “เพื่อให้นักศึกษาทำงานเป็น และประกอบอาชีพได้ เมื่อสำเร็จการศึกษา″ อ.ทนงศักดิ์ เมืองฝั้น เสนอว่า “เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่เรียนมาไปประยุกต์ใช้กับการทำงานจริง” หรือ อ.ศิรดา ชัยบุตร โดยคำถามเข้าในเวทีว่าวิชานี้ทำกันอย่างไร มีความเป็นมาอย่างไร ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน และมีหลายเรื่องที่ผมไม่เคยทราบก็ได้รับความรู้มากมายจาก อ.วิเชพ ใจบุญ และ อ.ศศิวิมล แรงสิงห์ หลังจากการประชุมครั้งนี้แล้ว ก็มีแผนจัดกิจกรรมที่ 3 คือการรวบรวมความรู้ และกิจกรรมที่ 4 คือคัดแยกความรู้

Tax Haven

Sunday, February 7th, 2010

ถ้าวันนี้เราลอง search ความหมายของคำว่า Tax haven ใน Wikipedia ก็จะเจอคำอธิบายว่า A tax haven is a country or territory where certain taxes are levied at a low rate or not at all.

จากข้อมูลของ U.S. National Bureau of Economic Research ประเมินว่า มี 15% ของประเทศในโลกนี้ เป็นประเทศที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่เรียกว่า Tax Haven ในอัตราที่แตกต่างกัน แต่ก็ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนใหญ่เป็นประเทศในเขตที่ไม่ค่อยมีทรัพยากรเป็นของตัวเองด้วย เลยต้องการดึงดูดเงินให้มาลงทุนด้วยจึงมีการดึงดูดโดยจัดเก็บภาษีในอัตราต่ำ หรือ ไม่เก็บเลย เก็บแต่ค่าธรรมเนียมในการให้บริการเป็นรายได้ด้วยส่วนหนึ่ง

ทีนี้เราลองมาดูว่า Tax Haven มีที่ไหนในโลกนี้บ้าง

คาบสมุทรแคริเบี้ยน ได้แก่ บาฮามัส, เบอร์มิวด้า, เคย์แมน, ไอซ์แลนด์, บริติซ เวอร์จิ้น ไอส์แลนด์, ปานามา
ทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน ได้แก่ ยิบบรอลต้า และไซปรัส
ยุโรป ได้แก่ เนเธอร์แลนด์, ลิกเตนสไตน์ แอนโดร่า ลักเซมเบิร์ก และ โมนาโก
แปซิฟิก ได้แก่ ฮ่องกง, แวนนัวตู, นาอูรู หรือแม้กระทั่ง มาเลเซีย ประเทศใก้ล ๆ ไทยก็มีเหมือนกัน ก็ที่เกาะลาบัว ไงหละครับ

วันนี้ผมมาทำงานที่เกาะกาลิมันตัน ประเทศอินโดนีเซีย อยากจะคุยเรื่องเกาะปลอดภาษีซะหน่อย เริ่มที่มาเลเซียก่อนเลยแหละกัน ถ้าดูตามแผนที่ เกาะลาบัว Labuan จะอยู่ใก้ล ๆ กับประเทศบรูไน เนื่องจากประเทศมาเลเซียต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ให้กระจายไปทางมาเลเซียตะวันออก (ดูตามแผนที่มาเลเซียแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่อยู่ภาคใต้ของไทย กับฝั่งประเทศบรูไน ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นป่า เศรษฐกิจไม่สู้ดีนัก) รัฐบาลก็เลยคิดว่าจะทำอย่างไรให้มีเงินลงทุนหมุนเวียนมาพื้นที่แถบนี้ ก็เลยตั้งเกาะลาบัวเป็นเขตสิทธิประโยชน์ทางภาษีพิเศษ ซึ่งจะให้สิทธิประโยชน์เฉพาะธุรกิจให้เช่าเพื่อการดำเนิน (Leasing)โดยมี option ให้เลือกว่าจะเสียภาษีในอัตรา 3% ของกำไรสุทธิ หรือเสียภาษีในอัตราคงที่ 20,000 ริงกิตต่อปี (ประมาณ 200,000 บาท)

ทำไมมาเลเซียจึงประกาศให้หมู่เกาะลาบัว เป็นเขตที่ให้สิทธิประโยชน์เฉพาะธุรกิจให้เช่าเพื่อการดำเนิน (Leasing) เพราะทะเลโดยรอบเกาะกว้างใหญ่ไพศาลมีแหล่งน้ำมันใต้ท้องทะเลมหาศาล มีบริษัทข้ามชาติเข้าให้บริการขุดเจาะน้ำมันมากมาย ซึ่งอุปกรณ์ที่นำมาใช้การขุดน้ำมัน จะต้องเช่ามาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรือขุดเจาะน้ำมัน หรืออุปกรณ์ชิ้นใหญ่ ๆ ประโยชน์ที่เกิดขึ้น ก็เป็นแบบ WIN-WIN เพราะผู้ประกอบการณ์ไม่ต้องเสียภาษีจากค่าเช่า มาเลเซียได้ประโยชน์จากที่บริษัทข้ามชาติเหล่านั้นเข้ามาเปิดบริษัท บนเกาะลาบัว ทำให้เกิดธุรกรรมทางการเงินมากมายบนเกาะนี้ สร้างงาน สร้างรายได้ และได้กระจายไปถึง รัฐซาราวัก-รัฐซาราวา ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่มีรายได้น้อย ก็จะมีแหล่งงานใหม่ ๆ รองรับ ซึ่งผลประโยชน์ก็จะตกแก่ประชาชนของประเทศมาเลเซียโดยรวม

แต่สิ่งที่ผมกำลังเฝ้ารอ คือคำตัดสินของศาลไทยต่อกรณียึดทรัพย์ของตระกูลชินวัตร มูลค่า 76,000 ล้านบาท ประมาณปลายเดือนนี้ ซึ่งจะมีประเด็นที่ตระกูลชินวัตรไปการลงทุนที่หมู่เกาะบริติซ เวอร์จิ้น ซึ่งเป็นเกาะที่ให้สิทธิพิเศษทางภาษี Tax Haven เกี่ยวข้องด้วย คำวินิจฉัยของศาลจะเป็นเช่นไร จะต้องติดตามแบบห้ามกระพริบตา (แต่ขอแบบกระชับได้ไหมครับ ไม่ใช่อ่านวินิจฉัยเป็นชั่วโมง ๆ เหมือนกรณียุบพรรคไทยรักไทย สุดท้ายประชาชนก็งงว่า คำตัดสินคืออะไร)

Phiboon Buakhunngamcharoen
Group Financial Controller
Mermaid Drilling Ltd
BA, Yonok #5
MBA-Finance, NIDA Flex #4
EDP, Thammasat University

ไปร่วมงานศพคุณพ่อของอ.วีระพันธ์ แก้วรัตน์

Sunday, February 7th, 2010

 

ไปร่วมพิธีจัดงานศพคุณพ่อของ อ.วีระพันธ์ แก้วรัตน์

 7 ก.พ.53 ทราบข่าวจากพี่ปุ๊ก งานบุคคล ในเช้าวันศุกร์ที่ 5 ว่าคุณพ่อของ อ.แม็ก เสียแล้ว ตั้งศพที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ และบุคลากรกว่ายี่สิบคนมีแผนเดินทางไปร่วมพิธีในเย็นวันจันทร์ที่ 8 ซึ่งรถของมหาวิทยาลัยว่างเพียงหนึ่งคัน โดยมีกำหนดฌาปนกิจในบ่ายวันที่ 9 ก.พ.53 ซึ่งอ.แม็ก เสมือนน้องชายที่ผมเคารพนับถือในหลายเรื่องทั้งความสามารถ และวินัยในการดำเนินชีวิต หลังปรึกษาภรรยาก็พบว่าเช้าวันที่ 6 เราทั้งครอบครัวพร้อมทั้งเวลา แผนการเดินทาง และข้อมูลเส้นทาง โดยโทรถามเส้นทางจาก อ.มงคล ใจสุข ซึ่งให้รายละเอียดชัดเจนมาก และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเดินทางในครั้งนี้ เราออกจากลำปางไปเชียงใหม่เกือบเที่ยวันของวันที่ 6 แล้วไปผ่านอ.แม่ริม ผ่านอ.แม่แตง แล้วหลงไปปางช้างแม่ตะมาน ก่อนยูเทอร์นประมาณ 3 กิโลเมตรมาเลี้ยวซ้ายเข้าเขื่อนแม่งัด ซึ่งบ้านงานศพที่เป็นบ้านของคุณพ่อที่ลวงลับอยู่ติดวัดบ้านใหม่ และเป็นหมู่บ้านติดเขื่อนแม่งัด หลังออกจากบ้านงานศพเราไปแวะเก็บข้อมูลเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวที่เขื่อนแม่งัดก่อนกลับ
     มีเรื่องให้นั่งคุยกับอาจารย์แม็ก และน้องผกามาศมากมายในหนึ่งชั่วโมงที่บ้านศพ ที่จำได้คือ 1) ประสบการณ์การบวชเรียนของท่านที่เป็นที่มาของความเข้าใจในพระธรรม 2) การร่วมต่อสู้กับคุณพ่อที่ป่วยด้วยโรงมะเร็งตับตั้งแต่เดือนกันยายน52 3) การทำพิธีศพตามแบบของหมู่บ้านที่พบว่าต่างกับที่เคยพบในหมู่บ้านอื่น 4) เสน่ห์ของเขื่อนแม่งัดแหล่งท่องเที่ยวที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักอนุรักษ์ไพร 5) เรื่องวีดีโอกีฬา 9 สถาบัน ซึ่งผมกลับมาทดสอบอีก 2 เมนท์แล้วก็เพิ่มได้ครับ เพราะท่านแจ้งว่าเพิ่มไม่เข้า
+ http://www.weerapun.com
+ http://www.youtube.com/watch?v=-bu34waZZsI